สถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันอาจทำให้หลายคนกังวลจนเกิดคำถามว่า จะน้ำท่วมเหมือนปี 2554 หรือไม่? ต้องเฝ้าระวังอะไรบ้าง รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผ.อ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ม.รังสิต จะมาคลายข้อสวสัยในเรื่องนี้
ส่วนในเรื่องปริมาณน้ำจากเหนือจะไหลมาท่วมกรุงเทพฯ หรือไม่?
"ฝนมันไปตกภาคกลางตอนบน ถ้าตกตอนเหนือเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ก็รับได้พอสมควร แต่ฝนไปตกตอนกลางเยอะ ข้างบนก็เลยไม่ได้กระทบเท่าไร ยกเว้นเชียงใหม่คือท่วมบางจุดซึ่งเชียงใหม่น้ำจะมาเรัวไปเร็ว หมายความว่าน้ำมาแล้วก็ระบายได้เร็ว คิดว่า 3-4 วันก็หายแล้วถ้าไม่มีพายุลูกใหม่ แต่เราดูแล้วว่าใน 10 วันข้างหน้าไม่มีพายุ"
เนื้อหาที่น่าสนใจ :
ส่องตัวเลขเปรียบเทียบพื้นที่น้ำท่วมไทย 3 ช่วงปี พบต่างกัน 3 เท่า
คาดการณ์มวลน้ำภาคกลาง 56 ชั่วโมงก่อนถึงกรุงเทพ ปัจจัยเฝ้าระวังท่วมหรือไม่
น้ำท่วมเชียงใหม่ฉับพลัน กระทบกรุงเทพฯ พื้นที่อื่นอย่างไร โดย อ. สนธิ คชวัฒน์
รศ.ดร.เสรี กล่าวถึงปรากฎการณ์น้ำท่วมที่หลายคนกังวลว่าจะเป็นเหมือนปี 2554 หรือ? ดังนี้ "ตอนนี้ตอนกลางของประเทศมันอยู่ในภาวะวิกฤติมากกว่าปี 2554 ในบางพื้นที่ ไม่อยากให้เอาไปเปรียบกับปี 2554 เพราะปัจจัยมันต่างกัน
ปี 2554 มวลน้ำมาจากเขื่อนใหญ่หมดเลย แต่ปีนี้มวลน้ำหลักมาจากพื้นที่ที่ฝนตกหนักหมดเลย โดยเฉพาะพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง โดยส่วนตัวมองว่า เวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะสมแล้วหรือ Golden Week สำหรับการระบายน้ำ เพราะเดี๋ยวเราจะเข้าสู่ช่วงที่ฝนตกหนักต่อเนื่อง"
"ช่วงเวลานี้ไปถึงกลางเดือนเป็นช่วง Golden Week เพราะฉะนั้นเร่งระบายน้ำให้มากที่สุด หลังจากกลางเดือนแล้วมีหย่อมเกิดขึ้นเยอะ ซึ่งแน่นอนเราก็ไม่รู้ว่ามันจะพัฒนาตัวเป็นพายุหรือไม่ ไม่มีใครบอกได้ ตัวหย่อมนี้ถ้าไปอยู่ที่ไหนมันก็จะเกิดร่องฝนทำให้ตกหนักขึ้น หรือหย่อมพัฒนาเป็นพายุก็หนักกว่าอีก ช่วงนี้ต้องเร่งระบายน้ำเพื่อรอรับน้ำหลังวันที่ 15 ตุลาคม" อ.เสรี กล่าว
รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผ.อ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ม.รังสิต กล่าวว่า ในกรณีวันที่ 7 ที่ปล่อยน้ำสูงสุด ผมคิดว่ายังไงก็ตามต้องผันน้ำเข้าไปในทุ่งที่เตรียมไว้ 12 ทุ่ง ซึ่งบางทุ่งก็ 70-80 เปอร์เซ็นต์ แต่จำเป็นต้องทำเพราะไม่มีทางที่จะเลี่ยงกับปริมาณน้ำที่ลงมา มันจะมาซ้ำเติม
อ.เสรี แนะนำว่า "ประชาชานได้รับข้อมูลจากหลายแหล่งทำให้เกิดความสับสน เพราะฉะนั้นควรมีหน่วยงานกลาง ควรมีการบูรณาการในการทำงานร่วมกันในการแจ้งข่าวเตือนภัย"