สถานการณ์น้ำท่วมปี 2565 ในขณะนี้ต้องยอมรับว่าสร้างความกังวลอย่างมาก ว่าจะเกิดสถานการณ์ซ้ำรอยน้ำท่วมปี 2554 หรือไม่ จริงๆแล้วมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ต้องประเมินร่วมกัน แต่จากการคาดการณ์ระยะเวลาของมวลน้ำอยู่ที่ประมาณ 56 ชั่วโมง จากเขื่อนเจ้าพระยาถึงกรุงเทพฯ
สถานการณ์น้ำท่วมปี 2565 ในขณะนี้ต้องยอมรับว่าสร้างความกังวลอย่างมากให้กับประชาชนอย่างเราๆ ว่าจะเกิดน้ำท่วมรุนแรงซ้ำรอยน้ำท่วมปี 2554 หรือไม่ จริงๆแล้วมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ต้องใช้ประเมินร่วมกัน ทั้งสถานการณ์น้ำฝน การระบายน้ำของเขื่อนต่างๆ การผันน้ำเข้าทุ่ง น้ำทะเลหนุน หรือแม้แต่การเร่งผลักดันน้ำออกทะเล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แต่ถ้าจะพูดถึง น้ำท่วมกรุงเทพฯ ยังมีอีก 1 เส้นทางน้ำที่ต้องจับตาและประเมินสถานการณ์ร่วมกันอย่างใกล้ชิด นั่นคือ แม่น้ำป่าสัก จากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งวันนี้ (4 ต.ค. 65) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้ประการเฝ้าระวังระดับน้ำ เนื่องจากทางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จะทยอยปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำ จาก 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไปถึง 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นั่นหมายความว่าพื้นที่ริมน้ำท้ายเขื่อน ไปจนถึงเขื่อนพระรามหก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะสูงขึ้น 40 เซนติเมตร -1 เมตร ขณะที่ท้ายเขื่อนพระรามหก ระดับน้ำจะสูงขึ้น 40-60 เซนติเมตร
การเข้าใจเส้นทางน้ำเบื้องต้น จะช่วยให้เราประเมินสถานการณ์ได้ว่าน้ำท่วมปี 2565 จะรุนแรงเท่าน้ำท่วมปี2554 หรือไม่ แต่เชื่อว่าหลายคนก็ยังไม่มั่นใจเพราะฝนที่ตกหนักตั้งแต่ช่วงกลางเดือนก.ย.-ต.ค. แบบไม่พักลืมหูลืมตา จนทำให้เมืองหลวงของไทย กลายเป็นทะเลกรุงเทพฯ
(*การประเมินดังกล่าวยังไม่รวมถึงสถานการณ์แม่น้ำป่าสัก อิทธิพลของน้ำทะเลหนุน ปริมาณฝน การเพิ่มขึ้น/ลดลงขอการระบายน้ำ รวมถึงการผลักดันน้ำของออกสู่อ่าวไทย)
**การประเมินเส้นทางจากจากจ.พระนครศรีอยุธยา ไปเทศบาลนครปทุมธานี เป็นแบบแนวตรงเท่านั้น ในความเป็นจริงแม่น้ำเจ้าพระยายังมีแตกแขนงการระบายน้ำไปทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกอีก ดังนั้นระยะเวลาและระดับน้ำก่อนถึงกรุงเทพฯอาจมีการเปลี่ยนแปลง
คำตอบง่ายๆคือ "น้ำฝนที่ตกลงหนักถึงหนักมาก" บวกกับนน้ำทะเลหนุนบางช่วง ทำให้การระบายน้ำทำไม่ทัน แม้ว่ากรุงเทพมหานครจะเริ่มดำเนินการเตรียมรับมือก่อนหน้านี้มาแล้วทั้งการลอกท่อ ลอกคูคลอง เก็บขยะไม่ให้ขวางทางน้ำ แต่ฝนตามธรรมชาติที่ตกลงมาหนักเกินกว่าจะรับมือได้แบบรายชั่วโมง ดังนั้นหากในห้วงฤดูฝนอีกประมาณ 1 เดือนที่เหลือ ยังมีฝนตกซ้ำต่อเนื่อง เมื่อบวกกับน้ำเหนือที่ทยอยไหลลงสู่ทะเลต่อเนื่อง สถานการณ์ของคนที่ราบลุ่มภาคกลางและชาวกรุง ก็ดูจะไม่สดใสนัก