svasdssvasds

จับตา! "สินค้าจีน" ทะลักไทย รอบใหม่ หลังสหรัฐลงดาบต้องหาตลาดใหม่

จับตา! "สินค้าจีน" ทะลักไทย รอบใหม่ หลังสหรัฐลงดาบต้องหาตลาดใหม่

จับเข่าคุยกับ “ดร.อมรเทพ จาวะลา” ห่วงสินค้าจีนทะลักไทย ระลอกใหม่ หลังโดนสหรัฐลงดาบอย่างหนัก ต้องหาช่องทางการขายใหม่ๆ สถานีต่อไป… “ไทยแลนด์”

SHORT CUT

  • ต้องยอมรับว่าจีนถือว่าเป็นประเทศที่เป็นผู้ผลิตสินค้าต่างๆมากมาย อันดับต้นๆของโลก และส่งออกไปจำหน่ายยังทั่วโลก แม้แต่กระทั่งยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐยังต้องพึ่งพาสินค้าบางอย่างจากจีน
  • ไทยเองไม่ต้องพูดถึง เพราะตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันมีการค้าขายกับจีนอยู่เรื่อยมา และต้องยอมรับว่าปัจจุบันสินค้า และทุนจีนจำนวนมหาศาลที่รุกคืบบุกไทยอย่างต่อเนื่อง เรื่องดังกล่าวอาจมองได้เป็นเหรียญสองด้านทั้งดี และไม่ดี
  • ชวนคุยกับ ดร.อมรเทพ จาวะลา” ห่วงสินค้าจีนทะลักไทย ระลอกใหม่ หลังโดนสหรัฐลงดาบอย่างหนัก ต้องหาช่องทางการขายใหม่ๆ

จับเข่าคุยกับ “ดร.อมรเทพ จาวะลา” ห่วงสินค้าจีนทะลักไทย ระลอกใหม่ หลังโดนสหรัฐลงดาบอย่างหนัก ต้องหาช่องทางการขายใหม่ๆ สถานีต่อไป… “ไทยแลนด์”

จีนถือว่าเป็นประเทศที่เป็นผู้ผลิตสินค้าต่างๆมากมาย อันดับต้นๆของโลก และส่งออกไปจำหน่ายยังทั่วโลก แม้แต่กระทั่งยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐยังต้องพึ่งพาสินค้าบางอย่างจากจีน ส่วนไทยเองไม่ต้องพูดถึง เพราะตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันมีการค้าขายกับจีนอยู่เรื่อยมา และต้องยอมรับว่าปัจจุบันสินค้า และทุนจีนจำนวนมหาศาลที่รุกคืบบุกไทยอย่างต่อเนื่อง เรื่องดังกล่าวอาจมองได้เป็นเหรียญสองด้านทั้งดี และไม่ดี หากไทยไม่มีมาตรการดูแลสินค้า และกลุ่มทุนจีนที่ดีพอ

โดยที่ผ่านมามีสินค้าราคาถูกจากจีนจำนวนมากเข้ามาตีตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง และได้ส่งผลต่อ SMEs ไทย ที่ไม่สามารถแข่งขันได้ต้องล้มหายตายจากไปตามตามกัน และขณะนี้มีสัญญาณรอบใหม่กำลังจะเริ่มขึ้นอีกว่า หากทรัมป์ออกมาตรการกีดกันจีนในเรื่องของภาษี ซึ่งอาจทำให้สินค้าจีนมีความจำเป็นต้องหาตลาดใหม่เพื่อทดแทนตลาดสหรัฐที่หายไป แน่นอนว่าไทย คือ อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่จีนจะเลือกอย่างแน่นอน

หากเป็นเช่นนั้นจริงมีโอกาสอย่างมากที่สินค้าจีน ระลอกใหม่มีโอกาสจะทะลักไทยอีกครั้งในเร็ววันนี้ #SPRiNG มีโอกาสพูดคุยกับ “ดร.อมรเทพ จาวะลา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ให้ความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า สินค้าจากจีนที่จะส่งออกไปยังสหรัฐมีโอกาสทำได้ยากขึ้น และมีโอกาสจะทะลักเข้าไทยมาในช่วงต่อจากนี้ไป เพราะถูกนโยบายของทรัมป์เล่นงานอย่างหนัก ดังนั้นอาจส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต และ SME ไทยด้วยเช่นกัน และต้องจับตาดูว่าไทยหากได้รับผลกระทบเหล่านั้น และจะยังรักษาอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไว้ได้อย่างไร

รวมถึงไทยต้องเตรียมความพร้อม ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ กำลังซื้อในระดับล่างก็ยังมีความจำเป็นอยู่ การลดดอกเบี้ยนโยบายก็ยังมีความจำเป็น แต่อาจยังต้องรอช่วงเดือนมิ.ย. 68 เนื่องจากสงครามการค้าจะมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนภาคการผลิตต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้อยู่รอดได้อย่างไร โดยเฉพาะ SME จะดูแลอย่างไร เพราะอาจกระทบเศรษฐกิจไทยในระยะยาวได้

อย่างไรก็ตามไทยต้องจับตาอย่างใกล้ชิดของเช้าวันที่ 3 เมษายน 2568 ตามเวลาประเทศไทย ว่าทรัมป์จะมีมาตรการกีดกันทางการค้าขึ้นภาษีกับไทย ส่วนตัวเชื่อว่ามาแน่ ๆ และจะเกิดอะไรขึ้นกับไทย จะต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร ประเด็นนี้หลายฝ่ายต้องช่วยกันคิด โดยไทยอาจกระทบสินค้ายานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ สินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ที่ไทยส่งไปยังสหรัฐค่อนข้างมาก และเกินดุลการค้า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

related