svasdssvasds

สรุปให้ ไทยส่ง 40 อุยกูร์กลับจีน เกิดเอฟเฟกต์อะไรบ้าง ละเมิดสิทธิมนุษยชน?

สรุปให้ ไทยส่ง 40 อุยกูร์กลับจีน เกิดเอฟเฟกต์อะไรบ้าง ละเมิดสิทธิมนุษยชน?

นานาชาติรุดออกมาประณามอย่างรวดเร็ว หลังไทยส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 รายกลับไปยังจีน หลายประเทศตั้งคำถาม เหตุใดไทยจึงเลือกส่งกลับบุคคลเหล่านี้ไปเผชิญอันตราย ชะตากรรมพวกเขาจะเป็นอย่างไร

SHORT CUT

  • รัฐบาลเผยการส่งตัวชาวอุยกูร์ 45 คน กลับไปยังประเทศจีน ยืนยันว่าเป็นความสมัครใจ ไม่ได้มีการบังคับบังคับ ยึดกฎหมายสากล
  • นานาชาติรุดออกมาประณาม หลังไทยส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 รายกลับไปยังจีน หลายประเทศตั้งคำถาม เหตุใดไทยจึงเลือกส่งกลับบุคคลเหล่านี้ไปเผชิญอันตราย
  • รัฐบาลไทยควรให้ความคุ้มครองบุคคลเหล่านี้ แต่กลับเลือกที่จะเพิกเฉยต่อความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่พวกเขาเผชิญ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเลย

นานาชาติรุดออกมาประณามอย่างรวดเร็ว หลังไทยส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 รายกลับไปยังจีน หลายประเทศตั้งคำถาม เหตุใดไทยจึงเลือกส่งกลับบุคคลเหล่านี้ไปเผชิญอันตราย ชะตากรรมพวกเขาจะเป็นอย่างไร

"ชาวอุยกูร์" ชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อยในจีน ที่ถูกจับกุมในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2557 แล้วถูกกักขังในข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมายไว้ที่ห้องกักของ ตม.นานกว่า 11 ปี พวกเขาถูกรัฐบาลจีนดำเนินมาตรการเด็ดขาดกับวัฒนธรรมและศาสนา โดยลงโทษชาวอุยกูร์ที่พูดภาษาอุยกูร์ ดำรงรักษาวัฒนธรรม หรือปฏิบัติตามหลักศาสนาของตน

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2014 ชาวอุยกูร์หลายร้อยคนถูก ตม.ของไทย จับกุมได้ในป่าใกล้พรมแดนไทย-มาเลเซีย โดยข้อมูลทางการไทยระบุว่าได้ควบคุมตัวไว้ทั้งหมด 220 คน ที่ห้องกักคนต่างด้าวของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ใน กทม. กลุ่มคนเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่มากกว่าผู้ถูกคุมขังในเรือนจำเสียอีก เพราะพื้นที่ห้องกักนั้นคับแคบ การเยี่ยมลำบาก และมองไม่เห็นทางออกของชีวิต

ไทยเคยส่งกลับ 'อุยกูร์' มาแล้ว ถูกประณามจากทั่วโลก

ครั้งหนึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2015 (ปี 2558) ไทยเคยส่งตัวผู้หญิงและเด็กชาวอุยกูร์กว่า 170 คน ลี้ภัยยังประเทศที่สามคือประเทศตุรกี

แต่ในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ทางการไทยกลับบังคับส่งตัวชายชาวอุยกูร์กว่า 100 คนกลับไปให้ทางการจีน เดินทางโดยเครื่องบินไปยังประเทศจีน

ซึ่งขัดต่อพันธกรณีหลักการไม่ส่งกลับไปเป็นเหยื่อของการประหัตประหาร ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานแห่งสหประชาชาติ ซึ่งประเทศไทยเป็นรัฐภาคีของอนุสัญญานี้ รวมทั้งเป็นหลักการตามกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ

จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ไทยถูกประณามจากทั่วโลกที่เลือกส่งกลับบุคคลเหล่านี้ไปเผชิญอันตราย

สรุปให้ ไทยส่ง 40 อุยกูร์กลับจีน เกิดเอฟเฟกต์อะไรบ้าง ละเมิดสิทธิมนุษยชน?

พบรถปริศนาออกจาก ตม.สวนพลู

ล่าสุดกลางดึกวันที่ 27 ก.พ. 68 มีรายงานว่าพบรถควบคุมผู้ต้องขังติดฟิล์มมืด และปิดตราสัญลักษณ์หน่วยงาน ออกจาก ตม.สวนพลู กทม. ในเวลา 02:41 น.อย่างน่าสงสัย ไม่สามารถรู้ได้ว่าพาใครออกไปจากสถานที่เดียวกับที่มีการกักตัวชาวอุยกูร์ 48 คนไว้

จากการตรวจสอบพบว่ามีเครื่องบินสายการบิน China Southern บินออกจากสนามบินดอนเมืองเวลา 04:48 น. ก่อนจะพบว่าเครื่องบินลดความเร็วและสัญญาณหายไปจาก FlightRadar24 ไปเหนือมณฑลซินเจียง ประเทศจีน

ต่อมาช่วงค่ำรัฐบาลได้จัดการแถลงข่าวด่วนเกี่ยวกับการส่งตัวชาวอุยกูร์ 45 คน กลับไปยังประเทศจีน ยืนยันว่าเป็นความสมัครใจ ไม่ได้มีการบังคับบังคับ ยึดกฎหมายสากล และ พรบ.อุ้มหาย พร้อมตรวจสอบความปลอดภัยเป็นระยะ มั่นใจไม่ได้ส่งพวกเขากลับไปตาย

สรุปให้ ไทยส่ง 40 อุยกูร์กลับจีน เกิดเอฟเฟกต์อะไรบ้าง ละเมิดสิทธิมนุษยชน?

UNHCR ประณามไทย ส่งอุยกูร์ กลับจีน ละเมิดหลักการห้ามส่งกลับ

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการบังคับส่งกลับชาวอุยกูร์ จำนวน 40 คน หลังจากอยู่ในศูนย์กักกันในประเทศไทยเป็นเวลากว่า 10 ปี

UNHCR ได้รับรายงานจากหลายช่องทางว่ากลุ่มชาวอุยกูร์ที่ถูกกักกันตัวในกรุงเทพฯได้ถูกบังคับส่งกลับอย่างรวดเร็ว โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหน่วยงานได้ขอสิทธิการเข้าถึงคนกลุ่มนี้มาโดยตลอด และได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยว่า คนเหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่ได้แสดงความหวาดกลัวต่อการส่งกลับ จะไม่ถูกเนรเทศออกจากประเทศ อย่างไรก็ดี การเข้าถึงบุคคลเหล่านี้ไม่เคยได้รับอนุมัติ และเมื่อติดต่อเพื่อขอคำชี้แจง ทางเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยแจ้งว่าไม่มีการตัดสินใจต่อการเนรเทศคนกลุ่มนี้

 

 

สิทธิขั้นพื้นฐานในการขอลี้ภัย และการไม่ถูกบังคับให้ส่งกลับ (เช่น ไม่ส่งผู้คนกลับไปยังสถานที่ที่พวกเขาอาจเผชิญกับความเสี่ยง) ได้ถูกกำหนดไว้ในมาตรา 13 ใน พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายของประเทศไทย มาตรา 16 ของ ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และมาตรา 14 ของปฎิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

UNHCR ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการกักขังคนกลุ่มนี้นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 เร่งให้เจ้าหน้าที่ปรับปรุงสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมของชาวอุยกูร์ มอบทางเลือกอื่นที่ไม่ใช่การกักกัน และหาทางออกที่ปลอดภัย และเป็นไปได้

สหรัฐฯ ประณามไทย บังคับส่งอุยกูร์กลับจีน

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แถลงผ่านเว็บไซต์ของกระทรวง ประณามการบังคับส่งชาวอุยกูร์กลับจีนของไทย เมื่อวันที่ 27 ก.พ. โดยระบุว่า

เราขอประณามอย่างถึงที่สุดต่อการที่ไทยส่งตัวชาวอุยกูร์อย่างน้อย 40 คนกลับจีน ทำให้พวกเขาไม่ได้รับสิทธิตามกระบวนการยุติธรรม และชาวอุยกูร์ต้องเผชิญกับการข่มเหง บังคับใช้แรงงาน และการทรมาน

ในฐานะพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาอย่างยาวนานกับไทย เรารู้สึกวิตกกังวลจากการกระทำนี้ ซึ่งเสี่ยงที่จะขัดต่อพันธกรณีระหว่างประเทศภายใต้อนุสัญญาต่อต้านการทรมานของสหประชาชาติและอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการถูกบังคับหายสาบสูญ การกระทำนี้ขัดต่อประเพณีอันยาวนานของคนไทยในการปกป้องผู้ที่เปราะบางที่สุด และขัดต่อพันธกรณีของไทยในการปกป้องสิทธิมนุษยชน เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลทุกประเทศที่ชาวอุยกูร์แสวงหาความคุ้มครอง ไม่ให้ส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีนโดยใช้กำลัง

ประเทศจีนภายใต้การชี้นำและการควบคุมของพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ โดยมุ่งเป้าไปที่ชาวอุยกูร์ที่นับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่ และสมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์และศาสนาอื่นๆ ในซินเจียง เราขอเรียกร้องให้ทางการจีนให้การเข้าถึงอย่างเต็มที่เพื่อยืนยันความเป็นอยู่ของชาวอุยกูร์ที่กลับไป และรัฐบาลไทยต้องยืนกรานและตรวจสอบอย่างเต็มที่อย่างต่อเนื่องว่าทางการจีนปกป้องสิทธิมนุษยชนของชาวอุยกูร์

สรุปให้ ไทยส่ง 40 อุยกูร์กลับจีน เกิดเอฟเฟกต์อะไรบ้าง ละเมิดสิทธิมนุษยชน?

สภาอุยกูร์โลก แถลงการณ์ประณาม ส่งตัวอุยกูร์ 40 คนกลับจีน  

สภาอุยกูร์โลก The World Uyghur Congress (WUC) ได้ออกแถลงการณ์ประณามการส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 คนกลับไปยังประเทศจีน โดยระบุว่า

สภาอุยกูร์โลก (WUC) ขอประณามการบังคับส่งผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ 40 คนจากประเทศไทยไปยังจีน การกระทําที่ผิดกฎหมายนี้ทําให้บุคคลเหล่านี้ตกอยู่ในอันตรายอย่างร้ายแรง เนื่องจากตอนนี้พวกเขาเผชิญกับความเสี่ยงสูงในการประหัตประหาร การทรมาน และการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงอื่น ๆ จากทางการจีน

'แอมเนสตี้' ชี้เป็นความโหดร้าย ที่เกินจินตนาการ

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ องค์การนิรโทษกรรมสากล ได้แถลงการณ์ ถึงประเทศไทย เรื่องการส่งตัว ชาวอุยกูร์กลับไปยังจีน เป็นความโหดร้ายที่เกินจินตนาการ ซึ่งจากรายงานที่ระบุว่า ชาวอุยกูร์ประมาณ 40 คน ซึ่งถูกควบคุมตัวในประเทศไทย มาตั้งแต่ปี 2557 ได้ถูกส่งตัวกลับไปยังประเทศจีน

ซาราห์ บรูคส์ ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศจีน เผยว่า การบังคับส่งตัวบุคคลเหล่านี้กลับไปยังจีน หรือชาวอุยกูร์คนใดก็ตาม เสี่ยงทำให้พวกเขาตกอยู่ในภาวะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยชี้แจงสถานะของพวกเขาโดยทันที

พวกเขาต้องเผชิญกับความเลวร้ายอย่างน่าหวาดหวั่น พวกเขาหนีจากการปราบปรามในจีน แต่มาถูกควบคุมตัวโดยพลการในประเทศไทยนานกว่าทศวรรษ ความจริงที่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจถูกบังคับส่งตัวกลับไปยังประเทศที่ชาวอุยกูร์และกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ไม่ใช่ชาวฮั่นในซินเจียงต้องเผชิญกับการทรมาน การปฏิบัติที่โหดร้าย การควบคุมตัวโดยพลการ และการบังคับให้สูญหาย เป็นสิ่งที่โหดร้ายเกินจะจินตนาการ

รัฐบาลไทยควรให้ความคุ้มครองบุคคลเหล่านี้ แต่กลับเลือกที่จะเพิกเฉยต่อความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่พวกเขาเผชิญ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเลย จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนลและผู้เชี่ยวชาญจากองค์การสหประชาชาติ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยไม่ละเมิดหลักการไม่ส่งกลับ (Non-refoulement principle) ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยอมรับทั้งในระดับนานาชาติและภายในประเทศ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เกิดในขณะที่ประเทศไทยเพิ่งได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนเปิดเผยที่อยู่ของบุคคลเหล่านี้ และหากพวกเขายังคงถูกควบคุมตัวอยู่ รัฐบาลจะต้องรับรองว่าสิทธิของพวกเขาจะได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ รวมถึงสิทธิที่จะไม่ถูกทรมานหรือถูกปฏิบัติอย่างโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรม

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

 

 

 

related