Spring News

เผย โควิดสายพันธุ์แอปซีลอน อาจ ลดประสิทธิภาพ วัคซีนmRNA ไฟเซอร์-โมเดอร์นา

16 ก.ค. 2564 เวลา 9:47 น.

โควิดสายพันธุ์แอปซีลอน ซึ่งพบครั้งแรกที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐ เมื่อปี 2020 และตอนนี้มีการแพร่กระจายไปแล้ว อย่างน้อย 34 ประเทศ ล่าสุดมีการเปิดเผย ผลการศึกษาบ่งชี้ว่า เชื้อตัวนี้ มาความสามารถ ลดประสิทธิภาพ ของวัคซีนmRNA อาทิ วัคซีนไฟเซอร์ หรือ วัคซีนโมเดอร์นา

โควิดสายพันธุ์เอปซีลอน ถูกค้นพบครั้งแรก ในปี 2020 แต่แม้ ณ เวลานี้ จะไม่ใช่โควิดสายพันธุ์สายพันธุ์น่าวิตกกังวล แต่ลงมาอยู่ในลิสต์สายพันธุ์น่าจับตา และดูเหมือนจะไม่มีอันตรายรุนแรงใดๆ แต่อย่างไรก็ตาม  เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เพิ่งมีงานศึกษา และเผยแพร่ ผ่านทาง วารสาร "Science"  ในประเด็น เกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีน mRNA ที่สหรัฐใช้เป็นวัคซีนหลัก คือวัคซีนไฟเซอร์ และวัคซีนโมเดอร์นา ที่มีต่อเชื้อโควิดสายพันธุ์สายพันธุ์เอปซีลอน

งานวิจัยที่ทำโดย แมทธิว แม็กคัลลัม นักชีวเคมีจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน  ในเรื่อง ประสิทธิภาพของ วัคซีน mRNA พบว่า วัคซีน mRNA มีประสิทธิภาพลดลงโดยเฉลี่ย 2.5-3 เท่า จากการที่เชื้อโควิดสายพันธุ์แอปซีลอน  ทำให้เชื้อตัวนี้สามารถต้านทานแอนติบอดีที่ร่างกายกระตุ้นหลังได้รับวัคซีนmRNA นั่นเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โดย งานวิจัยที่ทำโดย แมทธิว แม็กคัลลัม นักชีวเคมีจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน  พบว่า  สาเหตุที่ทำให้ประสิทธิภาพวัคซีนไฟเซอร์กับวัคซีนโมเดอร์นาลดลง เนื่องจากไวรัสสายพันธุ์เอปซีลอนมีการเปลี่ยนแปลงในระดับพันธุกรรม 3 จุด ได้แก่ บริเวณ S13I, W152C และ L452R

ทั้งนี้ ข้อมูลเบื้องต้นจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO  ยืนยันการพบเชื้อเอปซีลอน B.1.427/B.1.429 ในอย่างน้อย 34 ประเทศ ขณะที่ เว็บไซต์  www.gisaid.org ซึ่งเป็นเว็บรวบรวมข้อมูลฐานข้อมูลโควิดระบุว่า ณ เวลานี้ โควิดสายพันธุ์เอปซีลอน แพร่กระจายไปแล้ว 51 ประเทศ  โดยสหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยเยอะที่สุด คือ 53,599 ราย , เม็กซิโก 451 ราย และ แคนาดา 342 ราย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด