ชนเผ่าAztec คืออะไร เป็นพวกชอบสังเวยมนุษย์จริงไหม หลักฐานชิ้นสำคัญได้ปรากฎขึ้นแล้ว หลังนักโบราณคดีค้นพบเถ้ากระดูกมนุษย์บนแท่นบูชาในเม็กซิโก
มันไม่แปลกเลยที่นักโบราณคดีจะพบเจอกับกองขี้เถ้าหรือแม้แต่ซากกระดูกมนุษย์ ในพื้นที่ของประเทศเม็กซิโก เพราะครั้งอดีตกาลที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการสังเวยมนุษย์ต่อเทพเจ้า การฆ่าคนนั้นก็เกิดขึ้นจนเป็นเรื่องปกติของยุคสมัยนั้น โดยเฉพาะชนเผ่า Aztec อาณาจักรที่ก่อกำเนิดขึ้นหลังการล่มสลายของอาณาจักรมายา หรือเมื่อศตวรรษที่ 16 แถบอเมริกากลาง
BBC รายงานว่า นักโบราณคดีในเม็กซิโกได้ค้นพบแท่นบูชาที่มีอายุย้อนไปเมื่อศตวรรษที่ 16 ใกล้กับจตุรัส Plaza Garibaldi ในประเทศเม็กซิโก ซึ่งเป็นสถานที่ขึ้นชื่อเรื่องของนักดนตรี Maricians ในตำนาน
แท่นบูชามีอายุย้อนไปถึงสมัยหลังจากที่สเปนพิชิตเมือง Tenochtitlán เมืองหลวงของแอซเท็ก (Aztec) ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า มันตั้งอยู่กลางลานภายในบ้านของครอบครัวชาวแอซเท็ก ซึ่งใช้มันเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ตายของพวกเขา ซึ่งมันประกอบไปด้วยหม้อที่มีขี้เถ้าของมนุษย์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักโบราณคดีค้นพบเรือแคนูเก่าแก่อายุกว่า 1,000 ปีของชาวมายันในเม็กซิโก
ชิลีค้นพบมัมมี่ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก อายุกว่า 7,000 ปีมากกว่าอียิปต์ซะอีก
หลังจากตรวจสอบพบว่า แท่นบูชามีอายุในช่วงค.ศ.1521 เมื่อชาวสเปนผู้พิชิต Hernán Cortés เอาชนะผู้ปกครอง Aztec ของ Tenochtitlán ในปีค.ศ. 1610
การต่อสู้ของ Tenochtitlán ถือเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบอาณาจักร Aztec ที่เป็นยุครุ่งเรืองสมัยที่ปกครองอยู่เหนือที่ราบสูงตอนกลางของเม็กซิโก
นักโบราณคดีที่อยู่เบื้องหลังการค้นพบกล่าวว่า
“ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านจะต้องจัดพิธีกรรมเพื่อเป็นพยานถึงการสิ้นสุดของวงจรชีวิตและอารยธรรมของพวกเขาที่แท่นบูชา”
พวกเขาฆ่าตัวตายเพื่อบ่งบอกถึงการสิ้นสุดยุคของพวกเขางั้นเหรอ?
นักโบราณคดี Mara Becerra กล่าวว่า พวกเธอพบแท่นบูชาอยู่ใต้ดิน 4 เมตร ใต้โคลนหลายชั้น ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ต้องการซ่อนมันจากสายตาที่แยบยลของผู้พิชิตชาวสเปน
เธอเชื่อว่า พวกเขาคือชาวเม็กซิกัน ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในหุบเขาเม็กซิโกและผู้ก่อตั้งอาณาจักรแอซเท็ก แท่นบูชาประกอบไปด้วย หม้อที่มีขี้เถ้าของมนุษย์ และกระถางธูป 13 ใบที่ถูกตกแต่งอย่างประณีต ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเป็นของเจ้าของบ้านหรือของผู้ที่ถูกจับมาสังเวยเทพเจ้า บ้านที่อยู่รอบๆแท่นบูชา ประกอบด้วยห้องขนาดใหญ่ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยทางเดินไปยังห้องเล็กๆ 5 ห้อง โดยห้องหนึ่งคาดว่าจะเป็นห้องครัว
ประวัติ Aztec โดยย่อ
Aztec คืออาณาจักรของชนเผ่าอินเดียนที่อพยพมาจากทางตอนเหนือของอเมริกา พวกเขาย้ายถิ่นฐานไปเรื่อย จนกระทั่งมาถึงบริเวณที่ราบลุ่ม Central Mexico เมื่อประมาณค.ศ.12-13 พวกเขาตัดสินใจหยุดการอพยพ และตั้งถิ่นฐานบนเกาะกลางทะเลทราบ Texcoco (ปัจจุบันคือ Mexico city) ที่สมัยนั้นหลายเผ่ามองว่าที่แห่งนี้ทำเลไม่ดีเท่าไหร่นัก แต่ชาว Aztec ก็ได้เริ่มก่อร่างสร้างตัวให้พื้นที่เหล่านี้กลายเป็นอาณาจักรมหาอำนาจจนได้ และตั้งชื่อเมืองหลวงว่า Tenochtitlan และรุ่งเรืองเรื่อยมาตั้งแต่ค.ศ.13-16 และได้ล่มสลายเพราะการโจมตีจากการล่าอาณานิคมของสเปน
ชาว Aztec นั้นฉลาดและเก่งมาก พวกเขาเรียกตัวเองว่า Mexican ที่กลายมาเป็นเมือง Mexico จนถึงทุกวันนี้ พวกเขาพลิกแผ่นดินที่ไม่มีใครเหลียวแลนี้ให้มาอุดมสมบูรณ์ พวกเขาสามารถสร้างเมือง ทำเกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์และประมงได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะการสร้างสวนลอยน้ำ (Chinampas) การทำการเกษตรรูปแบบใหม่ที่ปลูกพืชบนน้ำได้อย่างอัศจรรย์ พวกเขาใช้สวนลอยน้ำปลูกพืช เช่น ข้าวโพด ถั่ว พริก มะเขือเทศ อโวคาโด บางทีก็ปลูกดอกไม้ด้วย
แต่ด้วยความฉลาดนี้ ทำให้พวกเขานั้นบ้าอำนาจและปล่อยปะละเลยผู้คนโดยรอบ รวมไปถึงความเหี้ยมโหดเรื่องการจับเฉลยกว่า 84,400 คนมาสังเวย ภายในเวลา 4 วันเพื่อเฉลิมฉลอง Great Pyramid of Tenochtitlan ในปี ค.ศ.1487 พวกเขานิยมบูชายัน โดยใช้มนุษย์เป็นเครื่องสังเวยต่อเทพเจ้า (Human Sacrifices) โดยพระเจ้าที่พวกเขานับถือนั้นคือ Huitailpochti ซึ่งในช่วงนั้นมีประชากรในเมืองหลวงทั้งสิ้น 80,000-120,000คนเท่านั้น เท่ากับว่าพวกเขาฆ่าคนเท่ากับประชากรในเมืองหลวงเลยก็ว่าได้
ช่วงที่พวกเขาขยายอาณาจักรไปยังอาณาเขตโดยรอบ ซึ่งเป็นพื้นที่ของชนเผ่าอื่นๆ แน่นอนว่าชนเผ่าเหล่านั้นไม่พอใจ ชาว Aztec ทำให้พื้นที่ชนเผ่าเหล่านั้นเป็นที่ส่งส่วยให้กับเมืองปกครองของตน
จนกระทั่งในวันที่ 13 สิงหามคม ค.ศ.1521 ชาว Aztec พ่ายแพ้ให้กับการล่าอาณานิคมของสเปน ที่นำโดย Hernan Cortes ที่ตอนนี้มีกองกำลังเพียง 500 คน แต่ได้รับความร่วมมือจากเผ่าต่างๆที่โกรธแค้น Aztec สเปนจึงได้พันธมิตรเพิ่มถึง 150,000-200,000 คนเลยทีเดียว และบุกเอาชนะได้อย่างง่ายดาย อาณาจักรของ Aztec จึงล่มสลายตลอดกาล
ที่มาข้อมูล