SHORT CUT
ทรายเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีการนำมาใช้มากที่สุดของโลก แต่ผลกระทบจากการขุดทรายยังถูกมองข้าม แม้นักวิทย์จะเตือนว่าภัยคุกคามนี้อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง
ข้อมูลจากบทความของทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติที่ตีพิมพ์ในวารสาร One Earth ระบุถึงการเรียกร้องให้ทั่วโลก ตระหนักถึงความเสียหายที่เกิดจากการทำเหมืองทรายมากขึ้น โดยเน้นย้ำว่าทรายและกรวด ซึ่งเป็นวัสดุแข็งที่ถูกขุดขึ้นมามากที่สุดในโลก กำลังเป็นภัยคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพในทะเลที่มีความสำคัญมากแต่มักถูกมองข้ามมาโดยตลอด
พวกเขาระบุว่า ทรายนับเป็นรากฐานการพัฒนาของมนุษย์ทั่วโลก เป็นส่วนผสมสำคัญของคอนกรีต แอสฟัลต์ แก้ว และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งยังมีราคาค่อนข้างถูกและสกัดได้ง่าย แต่การสกัดทรายออกมากำลังทำลายสมดุลของระบบนิเวศที่เปราะบาง และยังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่
การทำเหมืองทรายทั่วโลกมีความเชื่อมโยงกับการกัดเซาะชายฝั่ง การทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายชชนิด การแพร่กระจายของสปีชีส์รุกราน และผลกระทบต่อการประมง การขุดทรายยังอาจเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศทางทะเล เนื่องจากทำให้เกิดตะกอนขุ่นซึ่งสามารถทำให้หญ้าทะเลและปะการังหายไม่สามารถหายใจได้ รวมถึงปัญหาอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลด้วย
ที่ผ่านมาทรายมักถูกมองว่าเป็นทรัพยากรที่มีปริมาณมากมาย แต่ในความเป็นจริงทรัพยากรเหล่านี้มีความจำเป็นต่อระบบนิเวศชายฝั่งและทางทะเลเป็นอย่างมาก มันคือปราการสำคัญในการปกป้องแนวชายฝั่งจากคลื่นและลมมาเนิ่นนาน
ทีมนักวิทยาศาสตร์จึงเรียกร้องให้มีการยกระดับปัญหาจากการขุดทรายให้กลายเป็นที่สนใจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการท่องเที่ยว โดยยืนยันว่ากุญแจสำคัญคือการทำให้ผลกระทบของการขุดทรายเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนและจับต้องได้ และเสริมว่าการขุดทรายใกล้แนวชายฝั่งที่เปราะบางและมีประชากรอาศัยอยู่ยิ่งสามารถกระตุ้นให้เกิดวิกฤติที่อันตราย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งเสริมให้ภัยคุกคามต่อชีวิตมนุษย์ทวีความรุนแรงมากขึ้น