ชาวดาราศาสตร์เหลือเวลา 18 เดือน! NASA ยืนยันแล้ว วงแหวนของดาวเสาร์กำลังจะหายลับไปจากสายตาชาวโลกภายในปี 2025 ทำไมวงแหวนจึงหายไป มันเกิดอะไรขึ้น?
เป็นเรื่องน่าใจหายสำหรับนักดูดาวหรือช่างภาพดาราศาสตร์ ที่ในอีก 18 เดือนข้างหน้าจะไม่ได้เห็นวงแหวนของดาวเสาร์อีกแล้ว แต่ไม่ต้องตกใจเพราะวงแหวนไม่ได้หายไปไหน เพราะอะไรเราจึงจะมองไม่เห็นวงแหวนดาวเสาร์?
ดาวเสาร์ (Saturn) เป็นหนึ่งในดาวเคราะห์ที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้จากโลก (ด้วยกล้องดูดาว (Telescope)) ซึ่งก็เป็นที่ชื่นชอบของชาวดาราศาสตร์ ด้วยลักษณะเด่นของดาวเคราะห์ที่แตกต่างจากดาวดวงอื่น ตรงที่ มีวงแหวนขนาดใหญ่เป็นของตัวเอง
ดาวเคราะห์ดวงนี้มีขนาดใหญ่มาก ๆ จนไม่มีอะไรสามารถมาบดบังทัศนียภาพ อีกทั้งมีแสงที่สว่างมากพอจนเราสามารถมองเห็นได้
ถ้าถามว่า ดาวเสาร์นั้นใหญ่แค่ไหนเมื่อเทียบกับโลก เอาเป็นว่า แค่วงแหวนของดาวเสาร์ ก็มีเส้นรอบวงความยาวได้มากถึง 70,000-140,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กว้างมากพอจะใส่โลกของเราลงไปได้มากถึง 30 ใบ
ในความเป็นจริงแล้ว วงแหวนของดาวเสาร์ไม่ได้จะหายไปตลอดกาล แต่แค่หายไปจากสายตาของมนุษย์โลก เนื่องจาก ในปี 2025 ดาวเสาร์จะเอียงเข้าหาโลก โดยองศาการเอียงจะทำให้เราเห็นวงแหวนของดาวเสาร์เป็นเส้นตรงบาง ๆ จนแทบจะมองไม่เห็น
ปกติแล้ว แม้วงแหวนของดาวเสาร์จะกว้างและยาวมาก แต่ความหนาของมันบางเหมือนกระดาษ โดยมีความหนาประมาณ 10-100 เมตรเท่านั้น นั่นหมายความว่า เราจะเห็นวงแหวนของดาวเสาร์จากด้านข้างแนวขนานแทน ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) แล้ว
อย่างไรก็ตาม วงแหวนของดาวเสาร์จะหลับมาให้เราเห็นอีกครั้ง โดยนักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่าจะกลับมาในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 2038 ซึ่งในช่วงระหว่างนี้ นักดาราศาสตร์บางท่านกล่าวว่า นี่ก็เป็นอีกโอกาสดีที่เราจะได้เยี่ยมชมดวงจันทร์ 156 ดวงบนดาวเคราะห์บางดวงได้ง่ายมากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เผย 4 ดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี ก่อนเห็นของจริงในคืนนี้ 1 ทุ่มเป็นต้นไป
มนุษย์สร้างขยะอวกาศแล้ว 130 ล้านชิ้น ล่องลอยอยู่นอกโลก ขยะอวกาศกำจัดยังไง?
ดาวเสาร์ เป็นดาวเคราะห์แก๊สขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากดาวพฤหัสบดี ทำให้ดาวเสาร์มีขนาดใหญ่กว่าโลกประมาณ 9 เท่า แบบไม่นับรวมวงแหวนนะ ซึ่งดาวเสาร์ประกอบไปด้วย แก๊สไฮโดรเจนและฮีเลียม จึงทำให้ดาวเสาร์มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ และลอยน้ำได้
วงแหวนของดาวเสาร์ ประกอบไปด้วยอนุภาคน้ำแข็งเป็นหลัก และมีส่วนประกอบอื่น ๆ อาทิ เศษหินและฝุ่นประกอบด้วย ซึ่งอนุภาคน้ำแข็งอาจมีขนาดตั้งแต่ขนาดเล็ก ๆ ไปจนถึงชิ้นใหญ่เท่าบ้าน
ดาวเสาร์ หรือ Saturn ได้รับการตั้งชื่อโดยเทพเจ้าแห่งเกษตรกรรมและความมั่งคั่งของโรมัน นั่นคือ โครนอส แซทเทิร์น (Chronos Saturn) หรือชาวกรีกโบราณเรียกเพียงแค่เทพโครนอส ซึ่งต่อมาก็ได้กลายมาเป็นชื่อ ของวันเสาร์ในปัจจุบันด้วย
ที่มาข้อมูล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง