SHORT CUT
Nintendo ประกาศเปิดตัวเครื่องเล่นเกมคอนโซลยุคถัดไป "Nintendo Switch 2" อย่างเป็นทางการแล้ว ชูโรงด้วยการอัปเกรดสเปกครั้งสำคัญ จอ 7.9 นิ้ว 120hz ต่อ 4K ได้แล้ว
Nintendo เปิดตัวเครื่องเล่นเกมคอนโซลรุ่นใหม่ล่าสุด "Nintendo Switch 2" อย่างเป็นทางการ ตามที่หลายคนรอคอย การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับโฉมเล็กน้อย แต่เป็นการยกเครื่องและอัปเกรดคุณสมบัติครั้งใหญ่ในหลายๆ ด้าน
หัวใจสำคัญของการอัปเกรดใน Nintendo Switch 2 คือหน้าจอ LCD ที่ขยายขนาดจาก 6.2 นิ้วในรุ่นเดิม เป็น 7.9 นิ้ว เพิ่มพื้นที่การมองเห็นให้เต็มตามากขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มความละเอียดเป็น Full HD (1920 x 1080 พิกเซล)
ที่สำคัญคือรองรับอัตรารีเฟรชสูงสุดถึง 120Hz และเทคโนโลยี HDR (High Dynamic Range) ช่วยให้การแสดงผลภาพเคลื่อนไหวในเกมมีความลื่นไหล สมจริง และมีสีสันคอนทราสต์ที่ดีเยี่ยมยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ Nintendo ยังได้ปรับปรุงขาตั้งด้านหลังให้แข็งแรง กางได้หลายระดับ และพัฒนาคุณภาพเสียงของลำโพงสเตอริโอในตัวเครื่องอีกด้วย
เมื่อนำ Nintendo Switch 2 เชื่อมต่อเข้ากับ Dock รุ่นใหม่เพื่อเล่นบนโทรทัศน์ ผู้เล่นจะสามารถเลือกปรับความละเอียดได้สูงสุดถึงระดับ 4K (3840 x 2160 พิกเซล) ที่ 60 เฟรมต่อวินาที หรือ 1440p (2560 x 1440 พิกเซล) ที่ 120 เฟรมต่อวินาที
ซึ่งทั้งสองโหมดรองรับการแสดงผลแบบ HDR เช่นกัน (หากโทรทัศน์รองรับ) จุดเด่นอีกประการของ Dock รุ่นใหม่คือการติดตั้งพัดลมระบายความร้อนมาให้ในตัว ช่วยเพิ่มเสถียรภาพของเฟรมเรตระหว่างการเล่นเกมที่ใช้กราฟิกหนักๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
คอนโทรลเลอร์คู่ใจอย่าง Joy-Con ก็ได้รับการออกแบบใหม่ในชื่อ "Joy-Con 2" ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นตามสัดส่วนตัวเครื่อง ทำให้จับได้เต็มไม้เต็มมือกว่าเดิม
พร้อมเปลี่ยนระบบการเชื่อมต่อกับตัวเครื่องเป็นการยึดด้วยแม่เหล็ก ซึ่ง Nintendo เคลมว่าแข็งแรง ไม่หลุดง่าย และต้องกดปุ่มปลดล็อกเฉพาะเพื่อถอดออกเท่านั้น
ความสามารถใหม่ของ Joy-Con 2 คือการรองรับ "โหมดเมาส์" สำหรับใช้งานกับเกมที่ออกแบบมา และมีการเพิ่มปุ่มใหม่ 'C' บน Joy-Con ด้านขวา ซึ่งใช้สำหรับเรียกใช้งานฟีเจอร์ใหม่แกะกล่องอย่าง "GameChat"
GameChat คือระบบสื่อสารใหม่ล่าสุดบน Nintendo Switch 2 ที่ช่วยให้ผู้เล่นสามารถพูดคุยกับเพื่อนๆ ด้วยเสียงแบบเรียลไทม์ผ่านไมโครโฟน (แบบโมโน) ที่ติดตั้งมาบนตัวเครื่อง
และหากเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริม "Nintendo Switch 2 Camera" ก็จะสามารถใช้งานวิดีโอคอลได้ด้วย นอกจากนี้ GameChat ยังมีความสามารถในการแชร์หน้าจอการเล่นเกมของตนเองให้เพื่อนดูได้ทันที โดยไม่จำเป็นว่าเพื่อนจะต้องเล่นเกมเดียวกันอยู่
Nintendo Switch 2 ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลจาก NVIDIA ที่ให้ประสิทธิภาพสูงขึ้น
มาพร้อมหน่วยความจำภายใน (Storage) แบบ UFS ขนาดใหญ่ถึง 256GB ซึ่งมากกว่ารุ่นเดิมถึง 8 เท่า (หากเทียบกับรุ่น 32GB) และมีความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลสูงขึ้น ส่งผลให้การโหลดเกมและข้อมูลต่างๆ ทำได้รวดเร็วกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
ข่าวดีสำหรับแฟนๆ คือ Nintendo Switch 2 ยังคงรองรับการเล่นเกมจากเครื่อง Nintendo Switch รุ่นเดิมได้ ทั้งในรูปแบบตลับและแบบดิจิทัลที่ซื้อผ่าน Nintendo eShop โดยตลับเกมสำหรับ Switch 2 จะมีลักษณะเป็นสีแดง
อย่างไรก็ตาม Nintendo ระบุว่าอาจมีเกมจาก Switch เดิมบางส่วนที่ยังไม่สามารถทำงานบน Switch 2 ได้สมบูรณ์ในช่วงแรก หรืออาจพบปัญหาด้านประสิทธิภาพ ซึ่งบริษัทจะทำการทดสอบและแก้ไขผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์ต่อไป
สำหรับการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บเกมผ่านการ์ดภายนอก Nintendo Switch 2 จะรองรับเฉพาะการ์ดประเภท "microSD Express" เท่านั้น ซึ่งรองรับความจุสูงสุดถึง 2TB ส่วนการ์ด microSD มาตรฐานทั่วไป ใช้บันทึกได้เฉพาะภาพหน้าจอและวิดีโอเท่านั้น ไม่สามารถลงเกมได้
การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6 และ Bluetooth นอกจากนี้ยังมีพอร์ต USB-C มาให้ถึง 2 พอร์ต (ด้านบนและด้านล่าง) เพื่อความสะดวกในการชาร์จและเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม
Nintendo Switch 2 มีกำหนดวางจำหน่ายทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2025 เป็นต้นไป โดยมีราคาดังนี้
Nintendo Switch 2 สำหรับประเทศญี่ปุ่น จะมี 2 รุ่นย่อย
ในส่วนของประเทศไทย ทาง Nintendo ได้แจ้งเบื้องต้นว่าจะมีการนำ Nintendo Switch 2 เข้ามาวางจำหน่ายภายในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2025 นี้ โดยกำหนดการที่แน่นอนและราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยจะมีการประกาศให้ทราบอีกครั้งในภายหลัง
การเปิดตัว Nintendo Switch 2 ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญของ Nintendo ในตลาดคอนโซล
ด้วยการอัปเกรดที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพ, ประสบการณ์การเล่น ฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัยแต่ยังคงความสามารถในการเล่นเกมเก่าได้ ถือเป็นจุดแข็งที่รักษาฐานแฟน Nintendo เดิมไว้ได้เป็นอย่างดี
ที่มา : Nintendo