SHORT CUT
i Phone จะแพงขึ้นไหม ? เมื่อยุค ทรัมป์ 2.0 ขึ้นภาษีนำเข้า และนักวิเคราะห์บางรายมอง ราคาอาจจะพุุ่งขึ้นไปอีก 30 % เลยก็ได้ เพื่อชดเชยภาษีนำเข้า
แอปเปิล (Apple Inc.) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยี กำลังเผชิญปัญหาครั้งใหญ่ เมื่อฐานการผลิตสำคัญในเอเชีย กลับกลายเป็นเป้าหมายของมาตรการภาษีตอบโต้จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีกำหนดบังคับใช้ในวันที่ 9 เมษายน 2025 นี้ แม้ว่าบริษัทจะพยายามอย่างสุดกำลังในการกระจายความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสงครามการค้ามาโดยตลอด แต่ดูเหมือนว่าเงาของภาษีทรัมป์จะไล่ตามหลอกหลอนอย่างไม่ลดละ
ข่าวการประกาศมาตรการภาษีใหม่ของทรัมป์ ส่งผลให้ราคาหุ้นของแอปเปิลร่วงลงอย่างหนักหน่วง สินค้าที่นำเข้าจากจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานของ Apple จะถูกเพิ่มภาษีอีก 20% จากอัตราเดิม ส่งผลให้อัตราภาษีรวมพุ่งสูงถึง 54% สร้างความกังวลอย่างยิ่งต่ออนาคตของบริษัท
แม้ว่า แอปเปิล apple จะพยายามกระจายฐานการผลิตไปยังประเทศต่างๆ ในเอเชีย เพื่อลดการพึ่งพาจีน แต่มาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ กลับครอบคลุมฐานการผลิตเหล่านี้ด้วย ทำให้ความพยายามในการย้ายฐานการผลิตเป็นไปอย่างยากลำบากยิ่งขึ้น
อินเดีย: ฐานการผลิต iPhone และ AirPods จะถูกเก็บภาษีตอบโต้ 26%
เวียดนาม: ฐานการผลิต AirPods, iPad, Apple Watch และ Mac บางรุ่น จะถูกเก็บภาษี 46%
มาเลเซีย: ฐานการผลิตคอมพิวเตอร์ Mac จะถูกเก็บภาษี 24%
ไทย: ฐานการผลิต Mac บางรุ่น จะถูกเก็บภาษี 36%
ไอร์แลนด์: ฐานการผลิต iMac บางรุ่น ในสหภาพยุโรป จะถูกเก็บภาษี 20%
ผลกระทบจากมาตรการภาษีใหม่นี้ ส่งผลให้หุ้นของแอปเปิลร่วงลงอย่างหนักในช่วงแรกที่มีข่าว และยังเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ที่หุ้นของแอปเปิลปรับตัวลงมาแล้ว 11% ในปีนี้ นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence คาดการณ์ว่า ภาษีใหม่นี้จะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของแอปเปิลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในสมัยรัฐบาลทรัมป์ครั้งก่อน , ทิม คุก ซีอีโอ Apple สามารถโน้มน้าวให้ประธานาธิบดียกเว้นภาษีสำหรับ iPhone และสินค้าบางรายการได้ แต่ในครั้งนี้ สถานการณ์ดูเหมือนจะแตกต่างออกไป แอปเปิลพยายามที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทรัมป์อีกครั้ง โดยให้สัญญาว่าจะลงทุนมหาศาลในสหรัฐฯ แต่ดูเหมือนว่าความพยายามเหล่านี้จะไม่สามารถต้านทานกระแสของมาตรการภาษีใหม่ได้
แองเจโล ซิโน นักวิเคราะห์ด้านหลักทรัพย์ของสถาบัน CFRA Research บอกว่าแอปเปิล จะเจอกับงานที่ยากลำบากในการถ่ายโอนต้นทุนสู่ผุ้บริโภคมากกว่า 5% ถึง 10%
"เราคาดหมายว่าแอปเปิลจะชะลอการปรับขึ้นครั้งใหญ่ใดๆในราคาสมาร์ทโฟน จนกว่าจะถึงฤดูใบไม้ร่วง ตอนที่พวกเขามีคิวเปิดตัวไอโฟน 17"
แม้มีการโยกย้ายการผลิตบางส่วนไปยังเวียดนามและอินเดียแล้วก็ตาม แต่ไอโฟนส่วนใหญ่ยังคงผลิตในจีน และประเทศเหล่านั้นเองก็ไม่รอดจากมาตรการรีดภาษีเช่นกัน โดย เวียดนาม โดนไป 46% และ อินเดีย 26%
นีล ชาห์ ผู้ก่อตั้งร่วมของ Counterpoint Research มองว่า แอปเปิล อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์โดยเฉลี่ยอย่างน้อยๆ 30% เพื่อชดเชยภาษีนำเข้า
มีความเป็นไปได้ที่การปรับขึ้นราคาอาจบั่นทอนอุปสงค์สมาร์ทโฟน และเปิดทางมอบความได้เปรียบแก่ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ของเกาหลีใต้ เนื่องจากประเทศแห่งนี้เจอมาตรการรีดภาษีต่ำกว่าจีน ดินแดนที่เป็นต้นทางการผลิตของไอโฟนทุกเครื่องที่จำหน่ายในสหรัฐฯ