SHORT CUT
อัปเดต! “ธุรกิจอาหาร” ไทยมูลค่า 5.72 แสนล้านบาท CRG ชี้ ผู้ประกอบการรายเก่าอย่ามัวชื่นชมในความสำเร็จอดีต รายใหม่แข่งเดือด ขนเทคโนโลยีมาช่วยเพียบ ลดต้นทุนเก่ง
ไม่ว่าจะยากดีมีจนทุกคนต้องกินไว้ก่อน เพราะการกินเป็นปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์เรา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ธุรกิจร้านอาหารไม่เคยหลับไหล แต่...อาจมีอ่อนแรงไปบ้างยามใดที่กำลังซื้อไม่ค่อยสู้ดีนัก ปี2568 ก็เช่นกันนับว่าเป็นโจทย์ใหญ่ โจทย์หินสำหรับคนทำร้านอาหารทั้งในห้าง และนอกห้าง ซึ่งออกสตาร์ทมาไตรมาส 1 ร้านเดิมค่อนข้างทรงตัว
#SPRiNG โอกาสร่วมพูดคุย อัปเดตธุรกิจร้านอาหาร ในประเทศไทย กับ “ณัฐ วงศ์พานิช” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) เปิดเผย แผนเคลื่อนธุรกิจร้านอาหารปี 2568 ผ่านงาน “Celebrating Success, Challenging Excellence” เขาเผยว่า ธุรกิจร้านอาหารปี 2568 คาดการณ์มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 5.72 แสนล้านบาท เติบโต 5-7% เทียบกับช่วงโควิด-19 ระบาด ตลาดมีมูลค่า 3.6 แสนล้านบาท หดตัว 10% ส่วนเทรนด์ร้านอาหารที่มาแรง ได้แก่ ทุนจีนที่บุกยึดหัวหาดร้านอาหารหลายหมวด ส่วนร้านอาหารพรีเมียมได้รับความนิยม รวมไปถึงร้านอาหารกึ่งสตรีทฟู้ดมาแรง ผู้บริโภคยินดีจ่ายแพงเพื่อคุณภาพ พฤติกรรมผู้คนเปลี่ยนเร็ว ทำให้วัฏจักรแบรนด์สั้นลงด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้การทำร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จ แนะนำว่า ผู้ประกอบการรายเก่าอย่ามัวชื่นชมในความสำเร็จของตัวเองในอดีต เพราะรายใหม่แข่งขันดุเดือด แถมยังขนเทคโนโลยีมาช่วยเพียบ เช่นการลดต้นทุนที่ชาญฉลาดขึ้น ทุกค่ายหาลูกเล่นใหม่ๆมากขึ้นมาเอาใจลูกค้าที่เปลี่ยนไป หากค่ายไหนไม่ปรับตัวมีโอกาสรอดยาก
พร้อมกันนี้ยังมีการ เผย 8 เทรนด์ใหม่ธุรกิจร้านอาหาร สำคัญที่ควรรู้ดังนี้
1. ภาพรวมตลาดธุรกิจร้านอาหารในปี 2568 จะเติบโต 5 - 7% มูลค่ารวม 572,000 ล้านบาท
2. แบรนด์ร้านอาหารหน้าใหม่จะเข้าสู่ตลาดอีกเป็นจำนวนมาก
3. การวางแผนรับมือกับความท้าทายในอุตสาหกรรมอาหาร ที่ต้องแข่งขันกับแบรนด์เกิดใหม่ และแบรนด์จากต่างประเทศ
4.ความนิยมสินค้าหรือการบริการในระดับพรีเมี่ยมที่เพิ่มสูงขึ้น
5. วงจรของแบรนด์สินค้าจะมีอายุที่สั้นลง เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
6. แบรนด์ต้องปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ ทันกระแส และวางแผนการสื่อสารได้อย่างถูกต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในทุกแพลตฟอร์ม
7. การพัฒนาแบบไม่หยุดนิ่ง ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา
8. ความท้าทายในเรื่องการบริหารจัดการค่าแรงพนักงาน ต้นทุนวัตถุดิบที่มีแนวโน้มขยับตัวสูงขึ้นกว่าปีก่อน
จากความท้าทายมากมายดังนั้นจึงทำให้ CRG เปิดเกมรุกใน2568 ว่าบริษัทจะงบลงทุน 1,200 ล้านบาท แบ่งเป็น 800 ล้านบาท เพื่อเปิดร้านอาหาร 120-140 สาขา 200 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงร้านเดิม และ 200 ล้านบาท ในการยกระดับไอที เทคโนโลยี ซึ่งจะมุ่งเน้นการทำกำไร จาก 10 แบรนด์หลักที่ทำรายได้ 80-90% ไม่ว่าจะเป็นเคเอฟซี มิสเตอร์โดนัท อานตี้ แอนส์ ธุรกิจร่วมทุนอย่างชินคันเซ็น ฯ โดยมองอัตรากำไรก่อนหักภาษีควรอยู่ระดับ 14-15%
นอกจากนี้จะเดินหน้าลุยเปิดแบรนด์ใหม่หมวด “ชาบู” และ “ปิ้งย่าง” ซึ่งมองหามานาน โดยโจทย์ร้านต้องพร้อมขยาย พร้อมเร่งเติบโตได้ ขณะนี้อยู้ระหว่างรอพันธมิตร จึงปั้นโมเดล “ชาบูภายแบรนด์โอโตยะ” เพื่อชิมลางก่อน อย่างไรก็ตามจากแผนดังกล่าว บริษัทคาดว่าจะผลักดันรายได้ปี 2568 อยู่ที่ 1.79 หมื่นล้านบาท เติบโต 13% จากปีก่อน
สำหรับแผนงานทั้งหมดจะเน้นผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก เติบโต – ขับเคลื่อน – เสริมสร้าง – ยั่งยืน พร้อมชู Delicious Lab ทีมนักพัฒนาสร้างสรรค์ความอร่อยที่เหนือกว่า รังสรรค์เมนูที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยวัตถุดิบคุณภาพ และรสชาติที่ถูกใจคนยุคใหม่ พร้อมต่อยอดสู่ความสำเร็จ หวังรายได้เพิ่ม 13% พร้อมเปิดสาขาใหม่กว่า 120 - 140 สาขา เตรียมเล็งแบรนด์ใหม่เสริมทัพ เปิดโอกาสพาร์ตเนอร์จับมือสร้างความมั่นคั่งไปพร้อมกัน ตั้งเป้าโกยยอด 17,900 ล้านบาท ทะยานสู่ความแข็งแกร่งและการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ
ด้าน “กณพ ศรีอาวุธ” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่าย Food Innovation บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ในฐานะผู้นำทีม Delicious Lab ด้วยคอนเซ็ปต์ “Where Innovation Meets Taste” หรือ “ผสานนวัตกรรม สู่รสชาติที่เหนือกว่า” กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันผู้บริโภคได้รับอิทธิพลจากสื่อโซเชียล โดยทีมทำหน้าที่ในการพัฒนาสินค้าจากการสำรวจตลาด ศึกษาลูกค้า วิเคราะห์ข้อมูล โดยทำงานร่วมกับฝ่ายการตลาด จนไปถึง Partner และ Supplier จนกว่าจะเป็นสินค้าใหม่ออกมา ซึ่งจะโฟกัสกลยุทธ์ใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“60 สุดยอดร้านอาหารแห่งปี” อร่อย คุณภาพดี GrabThumbsUp Awards 2025
ทำความรู้จัก ‘เชฟไอซ์’ เจ้าของ ‘ศรณ์’ ร้านอาหารไทย คว้ารางวัล ‘สามดาวมิชลิน’
มิชลิน ไกด์ ประกาศรายชื่อร้านอาหาร 156 แห่ง คว้า“บิบ กูร์มองด์” ปี 2568