เปิดตัวเลขประชากร ชาวอุยกูร์ทั่วโลก - อยู่ที่ไหนในแผนที่บ้าง พวกเขาอพยพไปที่ไหน ผู้คนชาวอุยกูร์ที่มีอยู่ราวๆ 11-12 ล้านคน ไปอาศัยอยู่ประเทศไหนกันบ้าง
เมื่อประเด็นของ ชาวอุยกูร์ ถูกส่งกลับประเทศจีน กลายเป็นเรื่องร้อนแรง สะเทือนสังคมอยู่ในตอนนี้ หลายคนอาจจะมีคำถามในใจว่า ณ ปัจจุบัน มีชาวอุยกูร์ ผลัดถิ่นอาศัยอยู่ ณ จุดใดในแผนที่โลกบ้าง พวกเขาย้ายถิ่นพำนักไปที่ไหนบ้าง ?
เข็มนาฬิกาเดินอยู่ ณ ปัจจุบัน ส่วนใหญ่ ชาวอุยกูร์ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในซินเจียง ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์" ในพื้นที่นี้ มีชาวอุยกูร์ อาศัยอยู่มากที่สุด อยู่ที่ราวๆ 11-12 ล้านคน
นอกจากนี้ ชาวอุยกูร์ยังอาศัยอยู่ในประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกอีกด้วย โครงการสิทธิมนุษยชนอุยกูร์ (Uyghur Human Rights Project--UHRP) ได้ทำแผนที่แสดงการกระจายตัวของชาวอุยกูร์พลัดถิ่นทั่วโลก โดยอิงตามข้อมูลจากสำมะโนประชากร สมาชิกในชุมชน นักวิจัย และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ
ประเทศที่มีประชากรชาวอุยกูร์อาศัยอยู่ (เฉพาะประเทศที่มีมากกว่า 10 คนขึ้นไป หรือเป็นที่รู้จักในวงกว้างของชุมชนชาวอุยกูร์ในต่างประเทศ) มีตัวเลขสถิติ ดังนี้
คาซัคสถาน (297,000)
คีร์กีซสถาน (60,000)
อุซเบกิสถาน (50,000)
ทาจิกิสถาน (10,000)
อัฟกานิสถาน (2,000–3,000)
เติร์กเมนิสถาน (3,000)
อินเดีย (100)
ปากีสถาน (1,500)
ตุรกี (50,000)
ซาอุดีอาระเบีย (20,000)
อียิปต์ (300)
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( น่อยกว่า 50)
เนเธอร์แลนด์ (3,500)
นอร์เวย์ (3,000)
สวีเดน (3,000)
รัสเซีย (4,000)
เยอรมนี (1,000–1,500)
ฝรั่งเศส (1,000)
เบลเยียม (2,000)
สหราชอาณาจักร (500–600)
ฟินแลนด์ (400)
ออสเตรีย (400)
สวิตเซอร์แลนด์ (100–150)
ไอร์แลนด์ (200)
สาธารณรัฐเช็ก ( น้อยกว่า 50)
เดนมาร์ก (น้อยกว่า 50)
อิตาลี (น้อยกว่า 50)
สเปน (น้อยกว่า 50)
สหรัฐอเมริกา (10,000)
แคนาดา (2,500)
ญี่ปุ่น (2,000–3,000)
มองโกเลีย (น้อยกว่า 1,000)
อินโดนีเซีย ( น้อยกว่า50)
มาเลเซีย (น้อยกว่า 50)
เกาหลีใต้ (น้อยกว่า 50)
ไต้หวัน (น้อยกว่า 50)
ออสเตรเลีย (3,000–4,000)
นิวซีแลนด์ (75–100)
* ตัวเลขสถิติ ณ พฤศจิกายน 2023
UHRP ตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงการประมาณการ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ อัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ ทำให้การ "นับ" จำนวนประชากรกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นเรื่องท้าทาย โดยเฉพาะในเอเชียกลาง ซึ่งชาวอุยกูร์อาศัยอยู่ร่วมกับประชากรท้องถิ่นมานานหลายทศวรรษหรือหลายศตวรรษ
ขณะที่ประเทศไทย มีรายงานตัวเลขในช่วง 10 ปีหลังมานี้ มีคน อุยกูร์ อยู่ราว 200-300 คนที่อยู่ในประเทศ
• คาซัคสถาน: 297,000 คน
• ตุรกี: 50,000 คน
• อุซเบกิสถาน: 50,000 คน
• คีร์กีซสถาน: 60,000 คน
• ซาอุดีอาระเบีย: 20,000 คน
มีชาวอุยกูร์ราว 12 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม อาศัยอยู่ในซินเจียง ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ (Xinjiang Uyghur Autonomous Region--XUAR)
ชาวอุยกูร์มีภาษาพูดของตัวเอง ซึ่งคล้ายกับภาษาตุรกี และมองว่า ตัวเองมีความใกล้ชิดทางวัฒนธรรมและชาติพันธุ์กับประเทศต่าง ๆ ในเอเชียกลาง พวกเขามีสัดส่วนไม่ถึงครึ่งหนึ่งของประชากรในซินเจียง
ในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา มีการอพยพชาวฮั่น (ชนกลุ่มใหญ่ที่สุดในจีน) จำนวนมาก เข้าไปอยู่ในซินเจียง โดยมีการกล่าวหาว่า เป็นฝีมือของรัฐบาลจีน เพื่อที่จะลดสัดส่วนประชากรกลุ่มน้อยที่นั่น
จีนยังถูกกล่าวหาว่า พุ่งเป้าโจมตีบุคคลสำคัญทางศาสนาอิสลาม - ห้ามการปฏิบัติตามคำสอนทางศาสนาหลายอย่างในภูมิภาคนี้ด้วย รวมถึงการทำลายมัสยิดและสุสานหลายแห่ง
นักเคลื่อนไหวชาวอุยกูร์ ให้ความเห็นว่า พวกเขาเกรงว่า วัฒนธรรมของพวกเขาเผชิญความเสี่ยงที่จะถูกลบล้างออกไ
ซินเจียง ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนและเป็นภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เป็นภูมิภาคที่ปกครองตนเองเช่นเดียวกับทิเบต นั่นหมายความว่า ในทางหลักการแล้ว ซินเจียงมีอำนาจในการปกครองดูแลตัวเอง แต่ในทางปฏิบัติ ทั้งสองภูมิภาคนี้ ต่างเผชิญกับข้อจำกัดที่สำคัญหลายเรื่องจากรัฐบาลกลาง
ซินเจียง เป็นภูมิภาคที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย และผลิตฝ้ายคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 5 ของโลก บรรดากลุ่มสิทธิมนุษยชนได้แสดงความกังวลว่า มีการบังคับใช้แรงงานในการผลิตฝ้ายที่มีการส่งออกไปจำนวนมาก และในปี 2021 ผลิตภัณฑ์ของชาติตะวันตกหลายแบรนด์ได้ห้ามใช้ฝ้ายจากซินเจียงในห่วงโซ่อุปทานของตัวเอง ทำให้ผู้ท่องอินเทอร์เน็ตและบรรดาคนที่ชื่อเสียงในจีนได้ออกมาตอบโต้แบรนด์เหล่านั้น
นอกจากนี้ ซินเจียง ยังอุดมไปด้วยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และการที่มีความใกล้ชิดกับเอเชียกลางและยุโรป ทำให้รัฐบาลจีนเห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ทางการค้าของซินเจียง
ในอดีตในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ชาวอุยกูร์ประกาศเอกราชของภูมิภาคซินเจียงเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่รัฐบาลคอมมิวนิสต์ใหม่ของจีนสามารถกลับมาควบคุมภูมิภาคนี้ได้อย่างสมบูรณ์อีกครั้งในปี 1949
ชาวอุยกูร์ ที่อาศัยอยู่ในต่างแดนยังคงเผชิญกับความท้าทายในการรักษาอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของตน ในขณะที่สถานการณ์ในซินเจียงยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก