SHORT CUT
Netflix สตรีมมิ่งระดับโลก ประกาศข่าวดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบภาพคมชัดสมจริง เริ่มให้บริการเนื้อหาในรูปแบบ HDR10+ ผ่าน AV1 แล้ววันนี้ ที่จะช่วยให้เนื้อหาสตรีมสมจริงขึ้น
Netflix สตรีมมิ่งเจ้าดังระดับโลก ประกาศยกระดับประสบการณ์การรับชมครั้งสำคัญ เปิดให้บริการสตรีมเนื้อหาในรูปแบบ HDR10+ ผ่านตัวแปลงสัญญาณ (Codec) ประสิทธิภาพสูง AV1 แล้ววันนี้
นับเป็นการเพิ่มทางเลือกจากเดิมที่รองรับ HDR10 โดยมุ่งมอบมิติความคมชัดสมจริงยิ่งกว่าเดิมให้กับสมาชิกที่มีอุปกรณ์รองรับ
หัวใจสำคัญของการอัปเกรดนี้คือเทคโนโลยี HDR10+ ซึ่งแตกต่างจาก HDR10 มาตรฐานที่ใช้ 'Static Metadata' (ข้อมูลคงที่ชุดเดียวสำหรับทั้งเรื่อง)
HDR10+ ใช้ 'Dynamic Metadata' ซึ่งเป็นข้อมูลจำเพาะของภาพที่สามารถปรับเปลี่ยนได้แบบฉากต่อฉาก หรือแม้กระทั่งเฟรมต่อเฟรม ทำให้ทีวีหรืออุปกรณ์แสดงผลที่รองรับ สามารถปรับค่าความสว่าง คอนทราสต์ และสีสันได้อย่างแม่นยำและเหมาะสมที่สุดตามลักษณะของเนื้อหาในช่วงเวลานั้นๆ
ผลลัพธ์คือภาพที่มีรายละเอียดดีขึ้นทั้งในส่วนมืด (Shadow Detail) และส่วนสว่าง (Highlight Detail) ลดปัญหาภาพขาวโพลนในส่วนที่สว่างจ้า หรือรายละเอียดหายไปในส่วนที่มืดสนิท สีสันมีความแม่นยำและสดใสตรงตามที่ผู้สร้างตั้งใจมากขึ้น
Netflix ชี้ว่า Dynamic Metadata นี้ช่วยรักษาเจตนารมณ์ของผู้สร้างสรรค์ ได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในฉากที่มีความเปรียบต่างของแสงสูง ซึ่ง HDR10 แบบเดิมอาจแสดงผลได้ไม่เต็มศักยภาพ
นอกจากนี้ HDR10+ ยังเป็นมาตรฐานที่ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรรายใหญ่อย่าง Samsung, Panasonic และ Amazon Prime Video โดยมีจุดเด่นสำคัญคือเป็นมาตรฐานเปิดที่ไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ (Royalty-Free) ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ Netflix เลือกนำมาใช้งานเพิ่มเติมจาก Dolby Vision
เบื้องหลังการเปิดตัว HDR10+ ครั้งนี้คือการนำตัวแปลงสัญญาณวิดีโอ (Codec) ประสิทธิภาพสูงอย่าง AV1 มาใช้
AV1 ซึ่งพัฒนาโดย Alliance for Open Media (AOM) และเปิดให้ใช้งานโดยไม่มีค่าลิขสิทธิ์ เป็นที่รู้จักในด้านประสิทธิภาพการบีบอัดข้อมูลที่ดีเยี่ยม ช่วยให้สตรีมวิดีโอคุณภาพสูงได้โดยใช้แบนด์วิดท์ (ปริมาณข้อมูล) น้อยลง
ก่อนหน้านี้ Netflix ได้นำ AV1 มาใช้กับการสตรีมแบบ SDR (Standard Dynamic Range) แล้ว และได้รับผลตอบรับที่ดีมากในแง่ของคุณภาพภาพที่สม่ำเสมอ ลดความล่าช้าในการเล่น (Play Delay) และเพิ่มโอกาสในการสตรีมที่ความละเอียดสูงสุด
ปัจจุบัน AV1-SDR กลายเป็น Codec ที่มีการใช้งานมากเป็นอันดับสองบน Netflix รองจาก H.264/AVC ที่ใช้กันมานาน การผนวก HDR10+ เข้ากับ AV1 ครั้งนี้ คาดว่าจะผลักดันให้ AV1 ก้าวขึ้นเป็น Codec หลักสำหรับการสตรีมบน Netflix ในอนาคตอันใกล้
Netflix ไม่ได้หยุดแค่การประกาศทางเทคนิค แต่ได้เริ่มทยอยเพิ่มสตรีม HDR10+ ให้กับภาพยนตร์และซีรีส์ใหม่ๆ รวมถึงคอนเทนต์ HDR ยอดนิยมที่มีอยู่แล้ว
โดยระบุว่าปัจจุบันกว่า 50% ของชั่วโมงการรับชมเนื้อหา HDR ที่เข้าเกณฑ์ (Eligible Viewing Hours) มาในรูปแบบ AV1-HDR10+ แล้ว และบริษัทยังคงเดินหน้าขยายการให้บริการ HDR10+ อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่จะมอบประสบการณ์นี้ให้กับเนื้อหา HDR ทั้งหมดในอนาคต
แม้จะเพิ่ม HDR10+ เข้ามา แต่ Netflix ยังคงรองรับมาตรฐาน HDR หลักทั้ง 3 รูปแบบในอุตสาหกรรม คือ Dolby Vision, HDR10, และ HDR10+ เพื่อให้ครอบคลุมอุปกรณ์ที่หลากหลายของสมาชิก จุดที่น่าสนใจทางเทคนิคคือ
แม้ Netflix จะเปิดให้สตรีมได้หลายรูปแบบ แต่ในกระบวนการรับไฟล์ต้นฉบับจากสตูดิโอ ยังคงกำหนดให้ส่งเป็น Dolby Vision เท่านั้น จากนั้นระบบ Encoding Pipeline ที่ยืดหยุ่นและพัฒนาขึ้นภายในของ
Netflix จะทำการแปลงไฟล์ต้นฉบับนั้นให้เป็นรูปแบบการสตรีมต่างๆ ทั้ง Dolby Vision, HDR10 และ HDR10+ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจัดการกระบวนการผลิตเนื้อหาที่ซับซ้อนในระดับสากล
สมาชิกที่ต้องการรับชมเนื้อหาแบบ HDR10+ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
การเปิดตัว HDR10+ ผ่าน AV1 ของ Netflix ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพการสตรีมมิ่ง และเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีของบริษัท
ประโยชน์ที่ผู้บริโภคได้รับโดยตรงคือประสบการณ์การรับชมที่สมจริงยิ่งขึ้น ด้วยภาพที่มีรายละเอียดและสีสันแม่นยำกว่าเดิม โดยเฉพาะผู้ที่มีอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยีล่าสุด
ท้ายที่สุดแล้ว การแข่งขันและการพัฒนาทางเทคโนโลยีเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ที่จะได้รับชมคอนเทนต์คุณภาพสูงพร้อมภาพที่สวยงามและสมจริงยิ่งขึ้นบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ตนเองเลือกใช้
ที่มา : Netflix