อาการปวดหัวนั้นมีด้วยกันหลายแบบ และอาการปวดหัวข้างเดียวแบบรุนแรงที่หลายคนรู้จัก อย่าง อาการของไมเกรน แต่มีอาการปวดหัวอีกชนิดหนึ่งที่มีคล้ายกับไมเกรน นั่นอาจเป็นสัญญาณของ Cluster Headache
เนื้อหาที่น่าสนใจ :
เจ็บป่วยเล็กน้อย มีไว้ในตู้ยา! เช็กลิสต์ ยาสามัญประจำบ้าน ที่ควรมีติดบ้าน
แนะนำการใช้ ยาสามัญประจำบ้าน ช่วยบรรเทา แต่ถ้ามีอาการแบบนี้ควรพบแพทย์!!!
นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรคปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ (Cluster Headache) พบบ่อยในผู้ชายอายุเฉลี่ยประมาณ 40 ปี แต่อายุน้อยกว่านี้ก็สามารถพบได้ และระยะหลังมานี้สมารถพบในผู้หญิงได้ไม่น้อยเช่นกัน ลักษณะการปวดมักจะรุนแรงที่รอบเบ้าตา หรือขมับข้างใดข้างหนึ่งร่วมกันกับมีอาการของระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น ตาแดง น้ำตาไหล เปลือกตาบวม คัดจมูกข้างเดียวกับที่ปวด โดยมีระยะเวลาปวด 15 นาทีจนถึงสามชั่วโมง ลักษณะเด่นที่ช่วยในการวินิจฉัยคือ มักมีอาการปวดเวลาเดิมๆ ของวัน เช่น มักปวดตอนสิบโมงเช้า ตีหนึ่ง เป็นต้น และอาจมีอาการปวดหัวแบบนี้ได้ตั้งแต่วันเว้นวันจนถึง 8 ครั้งต่อวัน และปวดไปเช่นนี้ติดต่อเกือบทุกวัน ไปเป็นอาทิตย์จนถึงสองสามเดือนแล้วหาย และจะวนกลับมาเป็นอีกในช่วงเวลาเดิมๆ ของปีถัดๆ ไป
ลักษณะที่มีปวดติดต่อกันเป็นช่วงๆแบบนี้จึงเป็นที่มาของชื่อ คลัสเตอร์ ปัจจุบันมีข้อมูลว่าโรคนี้เกิดจากการทำงานผิดปกติของสมองส่วนไฮโปทาลามัส การวินิจฉัยโรคแพทย์ทำการซักประวัติร่วมกับการตรวจร่างกายและส่งตรวจเอ็กซเรย์ระบบประสาท เพื่อแยกจากโรคที่อาจมีอาการคล้ายกัน จากนั้นแพทย์จะให้การรักษาซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ
1.การรักษาระหว่างปวด เช่น ยาแก้ปวดที่ออกฤทธิ์เร็ว การให้ออกซิเจนทางหน้ากากครอบจมูก
2. การป้องกันหรือลดระยะเวลาที่ปวด เช่น การฉีดยารอบเส้นประสาท occipital และการใช้ยาอื่นๆ จำเพาะต่อโรคปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์
โรคปวดศีรษะมีหลายประเภทมีสาเหตุที่แตกต่างกัน การซื้อยาแก้ปวดทานเองบ่อยครั้งอาจกระตุ้นให้อาการปวดศีรษะเป็นมากขึ้นและเกิดอันตรายได้ เมื่อมีอาการปวดหัวควรรีบมาพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องและการรักษาที่เหมาะสมสามารถทำให้ผู้ป่วยดีขึ้นได้
Cr. สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์