“Mango AI” แอพพลิเคชั่นอัจฉริยะที่ช่วยให้ชาวสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์เพื่อส่งออกตลาดโลก มีทั้งเรื่องระบบการแจ้งเตือนการให้ปุ๋ย ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ รวมถึงให้คำแนะนำกับเกษตรกรในการผลิตตามหลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี
แอพ “Mango AI” พัฒนาโดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ที่พัฒนาระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะสำหรับการผลิตมะม่วง “แอพพลิเคชั่นแมงโก้เอไอ” (Mango AI Application) ผ่านมือถือ ที่ติดตั้งระบบการแจ้งเตือนการให้ปุ๋ยและน้ำอัตโนมัติ ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ เช่น อุณหภูมิ ปริมาณน้ำฝน ความชื้นในอากาศและความชื้นในดินจากสถานีตรวจอากาศอัตโนมัติ และระบบแจ้งเตือนการป้องกันกำจัดศัตรูพืชและโรค
บพข.ภายใต้แผนดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ได้ให้การสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมทางด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่เข้มแข็ง และสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ได้ให้การสนับสนุนทุนวิจัยโดยการประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงเทคโนโลยีเซนเซอร์ มาเพิ่มศักยภาพให้เกษตรกร ลดขั้นตอนในการทำงาน ทำให้การทำงานง่าย สะดวก และได้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เนื้อหาที่น่าสนใจ :
LINE VOOM ทำความรู้จักเครื่องมือการตลาดออนไลน์ใหม่ เพิ่มโอกาสธุรกิจ SME ไทย
กัมพูชาเผยยอดผู้ใช้ ‘อินเทอร์เน็ต’ สูงแตะ 17.8 ล้านราย มากกว่าจำนวนประชากร
โครงการพัฒนาระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะสำหรับการผลิตมะม่วง เป็นโครงการซึ่ง บพข. ได้ให้การสนับสนุนทุนวิจัยกับมหาวิทยาลัยนเนศวรในกการพัฒนาแอพพลิเคชั่นอัจฉริยะ “Mango AI” ถือเป็นการติดอาวุธให้กับเกษตรกรไทย และมะม่วงของไทยถือเป็นผลไม้มาแรงและได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศ มีการขยายตัวด้านการส่งออกอย่างต่อเนื่องไปในหลายประเทศ เช่น มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น โดยปัจจุบันประเทศไทยยังครองตำแหน่งเป็นผู้ส่งออกมะม่วงอันดับที่ 2 ในอาเซียน และเป็นอันดับที่ 7 ของโลก
นอกจากนี้แอพ Mango AI ยังมีข้อมูลสำหรับแนะนำเกษตรกรในการผลิตตามหลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี – GAP เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรไปแข่งกับตลาดโลกได้ โดยงานวิจัยดังกล่าว มีการทดลองใช้พื้นที่แปลงปลูกจริงของเกษตรกรใน 4 จังหวัดได้แก่ พิษณุโลก นครราชสีมา ขอนแก่น และเชียงใหม่ ซึ่งภายในแปลงปลูกได้มีการติดตั้งระบบการให้ปุ๋ย น้ำและสถานีตรวจอากาศอัตโนมัติที่สามารถสั่งการผ่านโทรศัพท์มือถือได้จาก แอพ “Mango AI” ระบบยังสามารถแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ เช่น อุณหภูมิ ปริมาณน้ำฝน ความชื้นในอากาศและความชื้นในดิน นอกจากนี้ทีมวิจัยกำลังพัฒนาการประเมินและป้องกันความเสียหายของผลผลิต การวิเคราะห์และแสดงผลความเสียหายจากการเกิดโรค การขาดธาตุอาหาร หรือการเกิดภัยธรรมชาติในพื้นที่แปลงปลูก
คุณชลธิชาใช้ความพยายามในการเรียนรู้จนสามารถนำผลผลิตส่งออกไปประเทศญี่ปุ่นได้สำเร็จในปี 2560 ต่อมาในช่วงสถานการณ์โควิด ซึ่งไม่สามารถขายผลผลิตได้เลย จึงมีความคิดในการรวมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เพื่อพัฒนาเป็นเกษตรแปลงใหญ่ และร่วมมือกันผลักดันเพื่อให้ได้มาตรฐาน GAP ให้สามารถส่งออกไปต่างประเทศได้
ประกอบกับปัญหาเรื่องผลผลิตที่ออกพร้อมกันในปริมาณมากและทำให้ราคาผลผลิตต่ำลง การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะต้องทำให้ผลผลิตออกนอกฤดูให้ได้ จึงเป็นที่มาที่ทางมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในการถ่ายทอดเทคโนโลยี และเป็นจุดเริ่มต้นของกลุ่มเกษตรกรมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองตำบลวังน้ำบ่อ จังหวัดพิษณุโลก ที่มีสมาชิกประมาณ 40 ราย ในพื้นที่ปลูกประมาณ 700 ไร่ ในอำเภอเนินมะปราง โดยใช้สวนรวงทองเป็นศูนย์เรียนรู้สำหรับสมาชิก ปัจจุบันได้มีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่มะม่วงคุณภาพวังน้ำบ่อด้วยสโลแกน “มะม่วงดีมีทั่วไป ถ้าหวานจับใจต้องไป วังน้ำบ่อ” ที่วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าเครือ The Mall เช่น สยามพารากอน ดิเอ็มโพเรียม ดิเอ็มควอเทีย เป็นต้น
หลังจากได้ทดลองใช้แอพ “Mango AI” ทำให้สามารถตรวจสอบความชื้นในดิน และสามารถส่งคำสั่งการให้น้ำได้จากทางมือถือ โดยไม่ต้องอยู่ที่แปลงปลูก ถือเป็นความสะดวกอย่างมากในการปลูก นอกจากนี้แอพ “Mango AI” ยังช่วยให้ประหยัดเวลา ประหยัดแรงงาน เนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่ส่วนใหญ่มีอายุที่มาก อยู่ในช่วง 50 – 60 ปี ซึ่งยังมีทักษะและประสบการณ์ในการปลูกสูง แอพ “Mango AI” จะช่วยประหยัดแรงงานการขับรถไถรดน้ำในแปลง การสูบน้ำ และข้อมูลในแอพยังสามารถต่อยอดความรู้เดิมของเกษตรกรให้มีความแม่นยำเพิ่มมากขึ้น