SHORT CUT
สวยเลือกได้ไม่ใช่เรื่องโกหก? งานวิจัยล่าสุดยืนยัน “Pretty Privilege” มีอยู่จริงในโลกการทำงาน และคนสวยได้เิงนเดือนสูงกว่า
คุณอาจเคยแซวเพื่อนเล่น ๆ ว่า “ก็สวยไง เลยได้โปรโมต” แต่เดี๋ยวนะ...คำพูดนั้นอาจไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่นอีกต่อไป เพราะงานวิจัยล่าสุดจาก StandOut CV แพลตฟอร์มด้านอาชีพชื่อดัง ได้ยืนยันแล้วว่า “รูปลักษณ์ดี” มีผลต่อรายได้จริงจัง แถมตัวเลขที่ออกมาก็ทำเอาหลายคนต้องกลืนน้ำลาย!
งานวิจัยเผยว่า พนักงานที่จัดอยู่ในกลุ่ม "หน้าตาดีตามมาตรฐาน" มีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าคนหน้าตาธรรมดาถึง 19,945 ดอลลาร์ต่อปี หรือราว ๆ 7 แสนบาท! ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าพนักงานหน้าตาธรรมดาโดยเฉลี่ย ตอกย้ำว่า Pretty Privilege ยังคงมีอยู่ในโลกการทำงาน
“Pretty Privilege” หรือ “อภิสิทธิ์ของคนหน้าตาดี” คือข้อได้เปรียบที่คนหน้าตาดีมักได้รับโดยไม่รู้ตัว ตั้งแต่โอกาสการได้งาน การเลื่อนตำแหน่ง ไปจนถึงการได้รับการยอมรับในที่ทำงาน
ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 1,000 คนในสหรัฐฯ เกือบทั้งหมดเชื่อว่า คนหน้าตาดีมักมีโอกาสมากกว่า ไม่ว่าจะเรื่องโปรโมต โบนัส หรือโอกาสในการเติบโต ที่น่าสนใจคือ คนที่ให้คะแนนตัวเองว่า “ไม่ดึงดูด” มักเชื่อว่ารูปลักษณ์ของตนส่งผลลบต่อหน้าที่การงาน ขณะที่คนที่ให้คะแนนตัวเองว่า “หน้าตาดี” ก็มักเชื่อว่า หน้าตานี่แหละเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ
และผลการสำรวจยังตอกย้ำภาพจำนี้ เพราะกว่า 71% ของ CEO ให้คะแนนความหน้าตาของตัวเองอยู่ที่ 9 หรือ 10 เต็ม 10 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มตัวอย่างเกินเท่าตัว!
อย่างไรก็ตาม แม้ใครบางคนอาจไม่ได้เกิดมาพร้อม "ความสวย" แต่การลงทุนกับรูปลักษณ์ของตัวเองก็ยังมีผลอย่างชัดเจน—ไม่ใช่แค่ความมั่นใจเท่านั้น แต่รวมถึงความรู้สึก “เป็นมืออาชีพ” ที่สะท้อนออกไปยังคนรอบข้าง
งานวิจัยพบว่า 80% ของพนักงานเชื่อว่า การดูแลภาพลักษณ์ให้ดีทำให้ดูมีความสามารถ และอีก 60% ยอมรับว่าเคยถูกขอให้แต่งตัวหรือดูแลตัวเองให้ “เหมาะกับภาพลักษณ์ในอุตสาหกรรม” ของตัวเอง
สรุปคือ หน้าตาอาจเป็นแต้มต่อในโลกการทำงาน แต่สิ่งที่คุณ "ทำ" กับรูปลักษณ์และบุคลิกของตัวเองต่างหาก ที่ส่งผลในระยะยาว ไม่จำเป็นต้องเกิดมาสวย แค่ดูแลตัวเองให้ดูดีอย่างเหมาะสม ก็มีสิทธิ์ “เลือกได้” เช่นกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง