SHORT CUT
ตึกนี้เคยมีคนตาย! ไม่ใช่ครั้งแรกของ "ตึกใหม่ สตง." จากเครนถล่มสู่ตึกถล่ม สร้างไม่ได้มาตรฐานหรือเหตุสุดวิสัยจากภัยพิบัติกันแน่?
28 มี.ค. 68 เวลา 13:20 น. แผ่นดินไหวขนาด 8.2 ที่มีศูนย์กลางในเมียนมาสะเทือนถึงประเทศไทย รับรู้ได้ในหลายจังหวัด แต่ความเสียหายที่รุนแรงที่สุดกลับเกิดขึ้นที่ใจกลางกรุง ย่านจตุจักร "ตึกที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่" สูง 30 ชั้น มูลค่าก่อสร้างด้วยงบประมาณแผ่นดินกว่า 2 พันล้านบาท กลับพังทลายภายในพริบตาเดียว ขณะที่ตึกอื่นที่ทั้งเก่ากว่า-ใหม่กว่า-กำลังก่อสร้าง ไม่เสียหายรุนแรงเท่าตึกนี้
อาคารแห่งนี้ เคยเหตุอุบัติเหตุเครนถล่มจนทำให้คนงานเสียชีวิตมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 66 ขณะที่กำลังก่อสร้างถึงชั้นที่ 2-3 เกิดอุบัติเหตุเครนหักกลาง สันนิษฐานว่าเกิดจากรับน้ำหนักไม่ไหว มีคนงานชาวกัมพูชาเสียชีวิตทันที 1 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย สำนักงานเขตจตุจักรออกคำสั่งหยุดการก่อสร้างทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสาเหตุ
โครงการนี้ ก่อสร้างโดย "กิจการร่วมทุน" ซึ่งเป็นลักษณะการทำงานร่วมกันในโครงการใหญ่ๆ ที่รวมกันเฉพาะกิจเพื่อประมูล แบ่งปันผลกำไรขาดทุนกัน
ซึ่งการก่อสร้างอาคาร 30 ชั้นพร้อมอาคารประกอบเป็นสำนักงาน สตง.แห่งใหม่นี้ เป็นกิจการร่วมทุนของ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติที่มีคนไทย 3 คน ถือหุ้น 51% และบริษัทแม่ในจีน ถือหุ้นอีก 49% ซึ่งจากการค้นหาประวัติของคนไทยที่ถือหุ้นแล้วไม่พบว่ามีประวัติในวงการรับเหมาก่อสร้างโดยตรงมาก่อน
"กิจการร่วมค้า ITD-CREC" เป็นชื่อของพวกเขาทั้ง 2 บริษัทใหญ่ ชนะการประมูลในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเขาเสนอราคาได้ต่ำที่สุดในการประกวดราคา ด้วยวงเงิน 2,136 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าราคากลางงานก่อสร้างที่กำหนดไว้ 2,522.15 ล้านบาท
อิตาเลียนไทย เป็นบริษัทของคนไทย ที่มีประสบการณ์ในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ส่วนบริษัท ไชน่า เรลเวย์ บริษัทแม่ในจีน(ผู้ถือหุ้นใหญ่ 49%) เป็นบริษัทที่มีผลงานก่อสร้างทางรถไฟ โครงสร้างขนาดใหญ่ในจีน พวกเขาคาดหวังว่าโครงการตึกสูงนี้จะเป็นโปรไฟล์ที่ดีสำหรับการเปิดตลาดอาเซียนด้วย
เมื่อไม่นานมานี้ วันที่ 2 เม.ย. 2567 บริษัทจีนแห่งนี้ เพิ่งเฉลิมฉลองการเทคอนกรีตชุดสุดท้ายบนชั้น 30 ได้สำเร็จ ประกาศเดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนตกแต่งภายในและงานระบบ โดยบอกว่า อาคารสูง 137 เมตรแห่งนี้ มีโครงสร้างแบบ "แกนกลางรับแรง+พื้นไร้คาน"
.
แกนกลางของอาคาร สร้างด้วยเทคนิคสลิปฟอร์ม ใช้แม่แบบความสูง 1.2 เมตร ควบคุมความหนาคอนกรีตแต่ละชั้นไม่เกิน 25 ซม. ตรวจวัดระดับและแก้ไขแนวเบี่ยงคลาดเคลื่อนไม่เกิน 1 ซม.หลังเทคอนกรีต ใช้น้ำยาบ่มคอนกรีตเฉพาะทาง
ตึงนี้สร้างโดยเทคนิคพื้นไร้คาน ด้วยการยกแบบขึ้นติดตั้ง ได้คอนกรีดเรียบเนียนแข็งแรงทั้งภายในและภายนอก และยังใช้นั่งร้านปีนไต่อัตโนมัตช่วยทำงานด้วย
"แต่ข้อมูลโปรโมททั้งหมดที่กล่าวมานี้ ได้ถูกลบออกจากหน้าเว็บไซต์แล้วหลังเกิดเหตุตึกถล่ม"
อาคารนี้ใช้งบประมาณแผ่นดินกว่า 2 พันล้านบาทในการก่อสร้าง แต่ตอนนี้ทุกอย่างต้องกลับมานับหนึ่งใหม่เพราะพังถล่มลงมา "ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการผู้เชี่ยวชาญ" ออกมาให้ข้อมูล ยืนยันว่าในกรณีนี้ "ผู้รับเหมา" ต้องเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด และสร้างใหม่โดยที่ สตง.ไม่ต้องรับผิดชอบ แม้จะเป็นเหตุสุดวิสัยจากแผ่นดินไหวก็ตาม และตึกนี้มีการทำประกันภัยเอาไว้ด้วย คาดว่าจะมีการขอเรียกเอาประกันในลำดับต่อไป
ตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าตึกนี้ถล่มได้อย่างไร เพราะเครนบนตึกล้มแล้วพาตึกถล่มไปด้วย? โครงสร้างที่ไม่แข็งแรง หรือการละเลยข้อบังคับสร้างอาคาร? หรือจริงๆ เป็นเพราะตึกนี้ยังสร้างไม่เสร็จ ไม่สมดุล ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าที่อื่น
แต่คำถามคือ "แล้วตึกอื่นๆ ที่กำลังก่อสร้าง" หล่ะ ทำไมไม่วิบัติเท่าตึกนี้!