สำนักงานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เปิดให้เอสเอ็มอีที่สนใจยื่นขอรับบริการโครงการสิน เมื่อ 17 ม.ค.65 ที่ผ่านมา มีผู้ให้ความสนใจและยื่นคำขอเป็นจำนวนกว่า 8 พันล้านบาท จำนวนเอสเอ็มอียื่นความประสงค์ทั่วประเทศจำนวนกว่า 2,100 กิจการ ครอบคลุมทุกภาคธุรกิจ
นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ (กอป.) เปิดเผยว่าภายหลังจากสำนักงานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เปิดให้เอสเอ็มอีที่สนใจยื่นขอรับบริการ 3 โครงการสินเชื่อตั้งแต่วันที่ 17 ม.ค.65 ที่ผ่านมา ได้มีเอสเอ็มอีให้ความสนใจและยื่นคำขอเป็นจำนวนมากรวมความต้องการเงินสินเชื่อจำนวนกว่า 8 พันล้านบาท จำนวนเอสเอ็มอียื่นความประสงค์ทั่วประเทศจำนวนกว่า 2,100 กิจการ ครอบคลุมทุกภาคธุรกิจทั้งการผลิต ภาคการค้า และภาคการบริการ
รองลงมา คือ โครงการสินเชื่อเพิ่มศักยภาพ SME วงเงิน 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลากู้นานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 18 เดือน โดยกลุ่มเอสเอ็มอีที่ดำเนินธุรกิจ BCG อาทิ เกษตรอุตสาหกรรมหรืออาหารแปรรูปที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน อุตสาหกรรมเครื่องมือหรือบริการทางการแพทย์ กลุ่มผู้ผลิต/ผู้ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสนใจยื่นคำขอสินเชื่อจำนวนกว่า 500 กิจการ และโครงการสินเชื่อเพื่อฟื้นฟู SME วงเงิน 500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลากู้นานสูงสุด 7 ปี ปลอดชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นลูกหนี้สินเชื่อของกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสนใจยื่นคำขอสินเชื่อจำนวนกว่า 300 กิจการ
ทั้งนี้มอบหมายให้ สำนักงานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เตรียมเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ขอขยายกรอบวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม ภายในเดือนมีนาคม 2565 โดยในเบื้องต้นคาดว่าจะได้เสนอขอขยายกรอบวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมจำนวน 2,000 ล้านบาท ซึ่งจะครอบคลุมความต้องการสินเชื่อของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี