โลกร้อนทำให้ภัยแล้งและเอลนีโญรุนแรงและยาวนานขึ้น เกษตรกรเสี่ยงได้รับผลกระทบหนัก กรมส่งเสริมการเกาตรแนะปลูกพืชอายุสั้น แล้วพืชอายุสั้นคืออะไร? มีอะไรน่าปลูกบ้าง?
ใกล้เข้ามาแล้ว กับภัยแล้งที่กำลังเดินทางมาถึงไทยเร็ว ๆ นี้ แต่ปีนี้และปีต่อไปจะเป็นปีที่พิเศษมากกว่าเดิม เพราะมันจะแล้งหนักกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากปรากฎการณ์เอลนีโญ ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติได้ก่อตัวขึ้นแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิก ผนวกกับภาวะโลกร้อนที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น
ไหน ๆ ประเทศไทยก็ต้องเจอกับภัยแล้งแล้ว สำหรับเกษตรกรและคนที่สนใจ Springnews ในคอลัมน์ Keep The World จึงชวนมาปลูกและทำความรู้จักกับ “พืชอายุสั้น” พืชที่เหมาะจะปลูกในหน้าแล้ง เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่กำลังจะมาถึง การปลูกอาจสร้างรายได้และอาจทำให้เรามีเสบียงส่วนตัวไว้ประกอบอาหารได้ รู้ไว้ไม่เสียหาย
พืชอายุสั้น หมายถึง ข้าว พืชไร่ พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ สมุนไพรและเครื่องเทศที่มีอายุสั้น หรือก็คือ ใช้เวลาปลูกน้อย เพียงไม่กี่เดือน ก็สามารถเติบโตและเก็บกินได้เลย เหมาะมาก ๆ กับการปลูกในหน้าแล้งที่ต้องดูแลพืชผักให้ดีเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจขาดน้ำและต้องการน้ำบ่อย
พืชอายุสั้นมีประเภทไหนน่าสนใจบ้าง?
คะน้า – ผักอายุสั้นที่ผู้คนนิยมกินทั้งต้น ตั้งแต่ก้านยันใบ วิธีปลูกก็ง่ายมาก เพียงแค่หว่านเมล็ดลงในภาวชนะที่ใส่ดินร่วนรอไว้แล้วลงไป นำไปวางในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงรำไร ไม่แรงจัดและไม่อับแสงเกินไป ทิ้งไว้ประมาณ 7 วันก็จะได้คะน้าต้นอ่อน ๆ สำหรับรับประทานแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไทยเตรียมรับมือฝนทิ้งช่วง แนะปลูกพืชอายุสั้น เพราะอาจแล้งนาน
เกษตรกรฉางซา ใช้เทคนิคปลูกพืชในน้ำคู่เลี้ยงปลากุ้ง เพิ่มผลผลิตและรายได้
แตงกวา – สรรพคุณเยอะ กินง่าย เด็กก็กินได้ วิธีการปลูกแตงกวาจะต้องใช้ดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยหมักในอัตรา 50:50 ขุดหลุมลึก 1.2 เซนติเมตร และหย่อนเมล็ดลงหลุมหลุมละ 4-5 เมล็ด รดน้ำให้ชุ่ม และนำไปวางไว้ตรงที่ที่แดดส่องถึง
เมื่อต้นกล้าโตประมาณ 5-7 เซนติเมตร ให้เลือกกล้าที่แข็งแรงไปปลูกต่อในกระถางใบใหญ่ และนำไม้มาปักเพื่อให้ไม้ของต้นแตงกวาเลื้อยไปได้ ซึ่งจะใช้เวลาปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยวทั้งสิ้น 2 เดือน ก็ยังถือว่าอายุสั้นอยู่นะ แต่วิธีอาจจะยุ่งยากนิดนึง
มะเขือเทศ – มะเขือเทศอาจจะเป็นพืชอายุสั้นที่ใช้เวลาปลูกมากกว่าต้นไหน ๆ ในบทความนี้ เนื่องจากมะเขือเทศใช้เวลาปลูกประมาณ 70-90 วัน หรือก็คือตั้งแต่ปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยวจะใช้เวลา 4-5 เดือนโดยประมาณ แต่สามารถปลูกได้ในฤดูร้อน
‘ฟาร์มแนวตั้งเคลื่อนที่’ ปลูกผักบนกำแพงตู้คอนเทนเนอร์ ลดการใช้ดินและน้ำ
ต้นหอม – ต้นหอมที่หลายคนอาจไม่หอม เป็นส่วนประกอบหลักในการปรุงอาหารหลายเมนู และควรมีติดตู้เย็น ต้นหอมจะเก็บเกี่ยวได้หลังปลูกประมาณ 45 วัน วิธีปลูกก็เพียงแค่ เตรียมดินด้วยการพรวนดินให้ร่วน ทุบเปลือกถั่วลิสงให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ผสมลงไปกับดิน โรยเมล็ดลงหน้าดิน ประมาณ 4-5 เมล็ดต่อกระถาง และนำดินกลบตาม รดน้ำให้พอชุ่มและรอเวลาเติบโตราว ๆ เกือบถึงฟุต ก็สามารถตัดใบกินได้เลย
กระเทียม – กระเทียมอีกส่วนผสมสำคัญของการปลูกอาหาร แต่กระเทียมมีหลัก ๆ อยู่ 3 พันธุ์คือ พันธุ์เบา พันธุ์กลาง และพันธุ์หนัก ซึ่งจะใช้เวลาตั้งแต่ปลูกยันการเก็บเกี่ยวนั้นต่างกัน ซึ่งหากเป็นการปลูกในฤดูร้อนและเวลาน้อย แนะนำเป็นพันธุ์เบาที่ใช้เวลาปลูกประมาณ 75-90 วัน
จากนั้นก็นำไปปักดิน โดยให้รากอยู่ลึกลงไปในดินประมาณ 2 ใน 3 หลังจากนั้นก็คลุมด้วยฟางเพื่อรักษาความชื้นหน้าดินและป้องกันความร้อนจัด หลังจากนั้นรดน้ำให้เพียงพอ ควรรดน้ำทุก ๆ 7-10 วัน และก่อนเก็บกระเทียมประมาณ 2-3 สัปดาห์ควรงดให้น้ำด้วยนะ
หอมหัวใหญ่ – อีกหนึ่งพืชที่กลิ่นอาจจะฉุน และเมื่อหั่นไปอาจทำให้ร้องไห้ได้ (เพราะแสบตา) แต่เมื่อนำไปปรุงอาหารก็จะมีรสหวาน ซึ่งก็น่าสนใจไม่น้อยสำหรับปลูกในช่วงเวลาสั้น ๆ อย่างหน้าร้อนและประกอบอาหารได้หลากหลาย และเป็นพิชเศรษฐกิจปลูกขายได้ด้วย
หอมหัวใหญ่มีอยู่ 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ พันธุ์กลางวันยาวกับพันธุ์กลางวันสั้น ซึ่งพันธุ์ที่เหมาะปลุกในประเทศไทยมากที่สุดคือพันธุ์กลางวันสั้น ใช้เวลาปลูกประมาณ 165-180 วัน ต้องการแสงสว่างวันละ 9-10 ชั่วโมง และชอบให้ใช้ดินร่วนซุยหรือดินทราย การกลูปหยอดเมล็ดลงหลุมหลุมละ 1-3 เมล็ด หลุมหนึ่งลึกประมาณ 2.5-5เซนติเมตร
ที่มาข้อมูล
กรมส่งเสริมการเกษตร
Thaikasetsart