SHORT CUT
ซักฟอกเชือด แพทองธาร คนเดียว มุ่งเป้าเสถียรภาพรัฐบาล ชี้ นายกฯ ไม่มีคุณสมบัติและความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายบริหาร ขาดภาวะผู้นำ, ขาดความรู้ความสามารถ
ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นนั้น มีความน่าสนใจในแง่ของการเปลี่ยนแปลงเป้าหมายจากเดิมที่ตั้งใจจะยื่นญัตติซักฟอกรัฐมนตรีถึง 10 คน แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นการยื่นอภิปราย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว
โดยช่วงแรก พรรคร่วมฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาชน เตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 โดยกำหนดวันยื่นญัตติในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568
ในร่างญัตติเบื้องต้น มีรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย 10 คน ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี, รองนายกรัฐมนตรี 4 คน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆ อีก 5 คน
โดยให้เหตุผลที่ระบุในการยื่นญัตติว่า พฤติการณ์ที่อาจนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีแต่ละคนมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน เช่น
นางสาวแพทองธาร: ขาดภาวะผู้นำ, ยินยอมให้นายทักษิณ ชินวัตรชี้นำ, แต่งตั้งบุคคลที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริต, บริหารเศรษฐกิจล้มเหลว
นายภูมิธรรม เวชยชัย: ขาดภาวะผู้นำในการบังคับบัญชากองทัพ, ไร้เจตจำนงในการปฏิรูปกองทัพ
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ: ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต, จงใจไม่รักษาผลประโยชน์ของชาติ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล: ใช้อำนาจรัฐและกลไกของกระทรวงมหาดไทยโดยมิชอบ
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค: เอื้อผลประโยชน์ให้กลุ่มทุนพลังงาน
พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ: ไร้ความสามารถในการบริหารการศึกษา, มีส่วนร่วมในการทุจริต
นายทวี สอดส่อง: ใช้อำนาจโดยมิชอบช่วยเหลือ นายทักษิณ ชินวัตร
สุดท้ายเกิดหักมุมฝ่ายค้านตัดสินใจยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว โดยให้เหตุผลว่า นางสาวแพทองธารไม่มีคุณสมบัติและความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายบริหาร ขาดภาวะผู้นำ, ขาดความรู้ความสามารถ และปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต รวมถึงยินยอมให้นายทักษิณ ชินวัตรชี้นำ โดยกำหนดไว้ในช่วง 24-28 มีนาคม 2568
กังวลเรื่องข้อมูลรั่ว: เดิมทีมีการยื่นญัตติซักฟอก 10 รัฐมนตรี แต่พรรคกังวลว่าข่าวจะรั่ว
ถูกวิจารณ์ว่าบอกการบ้านรัฐมนตรี: พรรคถูกวิจารณ์ว่าจงใจบอกการบ้านรัฐมนตรีก่อน
ต้องการเช็กเสียง: วิธีการอภิปรายนายกฯ คนเดียว จะทำให้สามารถเช็กเสียงได้ว่า พรรคร่วมฯ แต่ละพรรคโหวตไว้วางใจนายกฯ เท่าไหร่
ข้อท้วงติงภายในพรรค: มีเสียงท้วงติงว่า อภิปราย 10 รัฐมนตรีมากเกินไป และต้องใช้เวลามาก
ความท้าทายทางเทคนิค: ในทางเทคนิคกฎหมาย นายกฯ ไม่ได้คุมกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งโดยตรง หากจะอภิปรายความผิดนายกฯ ต้องโยงกระทรวง ก็ต้องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีกระทรวงนั้นพ่วงไปด้วย
ความผิดต้องชัดเจน: การยื่นอภิปรายนายกฯ คนเดียว ความผิดต้องเด่นชัดมาก เช่น พบการทุจริตอย่างชัดแจ้ง หรือกระทำบางเรื่องที่ก่อความเสียหายร้ายแรง
จังหวะเวลาทางการเมือง: การอภิปรายนายกฯ คนเดียว จังหวะเวลาทางการเมืองขณะนี้ไม่เอื้อ เพราะศึกพรรคร่วมฯ เหมือนพักรบชั่วคราว
การตั้งวอร์รูมตอบโต้: มีกระแสข่าวว่านายทักษิณ ชินวัตรจะเข้ามาตั้งวอร์รูมเพื่อแถลงตอบโต้หากถูกพาดพิง แต่นายวันมูหะมัดนอร์มองว่าเป็นเรื่องของแต่ละพรรค
การเปลี่ยนแปลงเป้าหมายการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเมืองไทย และยุทธศาสตร์ที่พรรคฝ่ายค้านนำมาใช้ในการตรวจสอบรัฐบาลการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นจึงน่าจับตามองว่าฝ่ายค้านจะสามารถนำเสนอข้อมูลที่หนักแน่นเพียงพอที่จะทำให้นายกรัฐมนตรีต้องตอบคำถามและชี้แจงต่อสภาฯ ได้อย่างไร
การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ไม่ได้หวังมุ่งเป้าล้มรัฐบาลได้ เพราะในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาแทบไม่มีการอภิปรายไหนสามารถอภิปรายซักฟอกจนสามารถล้มรัฐบาลได้ แต่เป็นการเปิดเแผลรัฐบาล เขย่าสเถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาลที่มีกลิ่นของความแตกแยก เสมือนสนิมที่กัดกร่อนจากภายในส่งผลต่อความมั่นคงของรัฐบาลอย่างชัดเจน เพราะศึกครั้งนี้ซัดไปที่นายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว
อ้างอิง
การเมือง 1 / Nation / วันนอร์ / อิศรา / ฐานเศรษฐกิจ /