Spring News

"โจ ไบเดน" สานต่อ "ทรัมป์" แบนบริษัทจีนเพิ่มอีกเกือบ 60 บริษัท

04 มิ.ย. 2564 เวลา 7:02 น.

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน สานต่อคำสั่งของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการแบนไม่ให้ชาวอเมริกันเป็นเจ้าของหรือทำการค้าขายใดๆ กับบริษัทจีนเพิ่มอีกเกือบ 60 บริษัทซึ่งเชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีน โดยอ้างถึงภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ลงนามขยายคำสั่งห้ามการลงทุนของสหรัฐฯ ที่เริ่มมาตั้งแต่ยุคอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในบริษัทเทคโนโลยีของจีน และอื่นๆ หลายสิบบริษัท โดยเชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีน ซึ่งคำสั่งนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 สิงหาคม

คำสั่งระบุว่า ห้ามไม่ให้ชาวอเมริกันเป็นเจ้าของหรือซื้อขายหลักทรัพย์ใดๆ ที่เชื่อมโยงกับ 59 บริษัท โดยอ้างถึงภัยคุกคามของเทคโนโลยีการเฝ้าระวังของจีน ตามคำสั่งเดิมที่ลงนามโดยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ซึ่งมีผลบังคับใช้กับ 31 บริษัทจีน ทางฝ่ายบริหารกล่าวว่า "การใช้งานที่ทันสมัย" ของกองทัพจีน และ "เป็นภัยคุกคาม" ต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยตรง

มีหลายหลายบริษัทที่อยู่ในรายชื่อของทรัมป์ อาทิ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชื่อดังอย่าง Huawei และบริษัท Hikvision ผู้ผลิตและซัพพลายเออร์อุปกรณ์กล้องวงจรปิดรายใหญ่ รวมไปถึงบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของจีน อย่าง China Mobile, China Telecommunications และ China Unicom ก็ถูกแบนด้วยเช่นเดียวกัน

ทำเนียบขาวระบุว่า การตัดสินใจขยายขอบเขตคำสั่งเกิดจาก "ภัยคุกคามที่ไม่ปกติและไม่ธรรมดา" อันเกิดจากเทคโนโลยีการสอดแนมของจีน โดยมีเป้าหมายในการบ่อนทำลายความมั่นคงหรือคุณค่าทางประชาธิปไตยของสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรของเรา

ทางด้านรัฐบาลจีน หวัง เหวินปิน โฆษกรัฐบาล แถลงว่า "คำสั่งห้ามของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั้น ไม่เพียงแต่บ่อนทำลายสิทธิตามกฎหมายและผลประโยชน์ของบริษัทจีน แต่ยังกระทบต่อผลประโยชน์ของนักลงทุนทั่วโลกรวมถึงผู้ที่อยู่ในสหรัฐฯ ด้วย"

การปะทะกันทางการเมืองทำให้ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศรุนแรงขึ้น เช่นการประชุมซัมมิตในเดือนมีนาคมที่อลาสก้าระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และจีนจบลงด้วยการทะเลาะวิวาททางการทูตที่ไม่ธรรมดา ชี้ให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายได้ขัดแย้งกันในประเด็นต่างๆ รวมถึงข้อกล่าวหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในซินเจียงและต้นกำเนิดของโควิด19

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด