Spring News

สรุปไวรัล จนทิพย์ เรียนดี แต่ (ไม่) ยากจน? ดราม่าดังจากทวิตเตอร์

13 พ.ค. 2564 เวลา 4:47 น.

สรุปครบจบที่นี่ ตั้งแต่ต้นจนล่าสุด! ดราม่า น้องโวลต์ สาวสอบติดแพทย์แต่ไม่มีเงินเรียน อ้างทั้งบัญชีมีแค่ 1,500 บาท แต่ชาวทวิตสงสัยหนักพร้อมใจจับโป๊ะ จนจริง หรือ จนทิพย์

เกิดเป็นแฮชแท็กติดเทรนด์ทวิตเตอร์ไทย #จนทิพย์ หลังข่าวคราวของนักเรียนหญิง อายุ 18 ปี ใน จ.กาฬสินธุ์ คนหนึ่ง ปรากฏบนโลกออนไลน์ ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2564

.

กระแสในช่วงแรก “ชื่นชม” ที่เด็กหญิงคนนี้มุมานะ เรียนหนังสือเก่ง สอบติด หลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต ประจำปี 2564 รุ่นที่ 16 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แม้ครอบครัวมีฐานะ “ยากจน” พ่อแม่มีอาชีพปลูกผัก ทั้งบ้านมีเงินเหลืออยู่เพียง 1,500 บาท

.

วันต่อมา... ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้นายอำเภอเมืองมาเยี่ยมถึงบ้าน ซึ่งมีสภาพเป็นเพิงเก่า ในวันที่ 10 พฤษภาคม จึงเริ่มเปิดบัญชีรับบริจาคเงิน เพื่อเป็นค่าเล่าเรียนแพทย์ให้กับเด็กหญิง เพราะค่าใช้จ่ายในการเรียนแพทย์นั้นค่อนข้างสูง ใช้เวลาศึกษา 6 ปี  ปีการศึกษาละ 80,000 บาท

.

ปรากฏว่า มีผู้โอนเงินบริจาคเข้ามามากมาย ยอดเงินตอนปิดบัญชีนี้ไปถึงกว่า 2,700,000 บาท อีกทั้งทางด้านมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ก็ยินดีรับช่วยดูแลเด็กหญิงคนนี้ตลอดการเล่าเรียน เพื่อสานฝันสู่อาชีพแพทย์

.

แต่ทว่า... ในกระแสโซเชียลอีกด้านตีกลับ! ในกลุ่มเพจเฟซบุ๊ก “น้องใหม่ มมส 63”  คอมมูนิตี้พูดคุยของรุ่นพี่รุ่นน้องในมหาวิทยาลัย มีการพูดคุยตั้งข้อสังเกต ข้อสงสัย เรื่อง “ข้าวของเครื่องใช้” ของเด็กหญิง

.

ที่มีของใช้ราคาแพงอย่าง  iPad Pro , apple pencil 2   รวมทั้ง ขวดน้ำหอมยี่ห้อหรู Dior ที่วางอยู่บนโต๊ะที่กำลังท่องหนังสือ ใช้สกินแคร์ยี่ห้อแพงๆ ไหนจะเรื่องที่เจ้าตัว “ดัดฟัน” ซึ่งปกติแล้วคนที่จะดัดฟันต้องมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ท้ายสุดที่ทำให้ต้องอึ้ง! คือมีขุดกันว่า แท้จริงน้องเป็นเจ้ามือหวยออนไลน์ด้วย แถมบ้านก็มีบ้านอีกหลัง ติดแอร์ มีไวไฟใช้ ไม่ใช่ บ้านเพิงเก่าๆ ที่ออกสื่อ!!

.

นอกจากนี้ยังมีเรื่องรถยนต์ป้ายแดงอีกคัน ที่ว่าบ้านนี้จนยังไงมีรถใหม่ป้ายแดงใช้ ซึ่งต่อมามีหญิงรายหนึ่งออกมาระบุว่า เป็นคนซื้อรถให้เด็กหญิงเองเพราะเห็นว่าไม่มีรถใช้

.

อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกราย ซึ่งระบุว่าเป็นเพื่อนเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับพี่ชายของเด็กหญิง โพสต์ว่า ทางครอบครัวนี้มีฐานะการเงินไม่ค่อยดีจริงๆ อาจจะพอมีพอกิน แต่คงส่งให้เรียนแพทย์ไม่ไหว ส่วนเรื่องหวยออนไลน์นั้นเพราะน้องต้องดิ้นรนหารายได้

.

เรื่องไหนจริง? เรื่องเท็จ? ระอุในโซเชียลไทย มีเสียงวิพากษ์... กว้างขวาง... ไปจนถึงค่านิยมของคนในสังคมไทย ซึ่งพบเห็นได้บ่อย มักเห็นคนตกทุกข์ได้ยากแล้ว “โอนไว” ยื่นน้ำใจให้ความช่วยเหลือก่อน แม้ยังไม่ทันตรวจสอบข้อเท็จจริง

.

ยิ่งไปกว่านั้น เสียงวิจารณ์ได้แตะไปถึง “ค่านิยม” ที่มักเชิดชูคนที่เรียนคณะหนึ่ง สมควรได้รับช่วยเหลือมากกว่าเรียนคณะอื่นๆ พูดถึงประโยชน์ของอาชีพ

.

แต่ในยุคสมัยนี้แล้ว ควรหมดยุค “เปรียบเทียบ ถูกกด ได้อภิสิทธิ์” ได้แล้วหรือยัง...??

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด